พิษไฟป่ายุโรประลอกที่สามลามหนัก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ที่เมืองบอร์โดซ์ ที่รู้จักกันในนาม "เมืองหลวงแห่งไวน์ของโลก" และ "ไข่มุกแห่งอากีแตน" ที่ตั้งของเมืองมรดกโลกยูเนสโก กำลังได้รับผลกระทบจากไฟป่าอย่างรุนแรง ล่าสุด นายกเทศมนตรีเมืองบอร์โดซ์ ได้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าทางการยังไม่มีแผนอพยพประชาชนออกจากเมืองมรดกโลกแห่งนี้
เรายืนยันว่าพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เวลานี้เปลวไฟจากไฟป่ายังคงลุกลามอยู่ในระยะ 25-30 กิโลเมตรจากตัวเมือง และราว 15 กิโลเมตรจากเขตมหานคร
— โทมัส กาเซนาฟ นายกเทศมนตรีเมืองบอร์โดซ์ กล่าว
ไฟป่าโอบล้อมเมืองไวน์ชื่อดัง
เพลิงไหม้ป่าลุกลามเข้าใกล้บอร์โดซ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแหล่งผลิตไวน์ระดับโลก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังต่อสู้กับเปลวไฟอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทางการได้สั่งอพยพประชาชนจากหมู่บ้านรอบนอกหลายแห่งออกไปแล้ว รวมถึงเมือง มาร์ตินยาส-ซูร์-ฌาล ที่มีประชากร 8,000 คน ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกสุดของเขตมหานคร
นายกฯ เผยไฟไม่รุกคืบด้านตะวันตก
โทมัส กาเซนาฟ นายกเทศมนตรีเมืองบอร์โดซ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ณ ศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยว่า "เราเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น และพร้อมรับมือทุกสถานการณ์" พร้อมระบุว่าไฟอยู่ทางทิศใต้และยังไม่รุกคืบเข้าสู่ด้านตะวันตกของเขตมหานคร โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนอพยพประชาชน 270,000 คนในตัวเมือง
หนึ่งในการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส
ไฟป่าครั้งนี้เชื่อว่าเกิดขึ้นโดยบังเอิญในหมู่บ้านโซมอส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และขยายตัวจนบังคับให้ต้องอพยพประชาชนรวมกว่า 220,000 คน นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการอพยพที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่

วิกฤตควันพิษไร้พรมแดน คุกคามสุขภาพและชั้นบรรยากาศยุโรป
นอกจากความเสียหายเชิงพื้นที่แล้ว เพลิงไหม้ครั้งนี้ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศขั้นรุนแรงที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ควันไฟและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10 และ PM2.5) ที่หนาแน่นจากกองเพลิงได้แพร่กระจายปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และลุกลามไปไกลถึงแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ยิ่งไปกว่านั้น กระแสลมในระดับชั้นบรรยากาศยังได้พัดพาฝุ่นควันละอองเหล่านี้ลอยข้ามทวีปไปไกลถึงตอนกลางของยุโรปและประเทศโปแลนด์ ส่งผลให้ทัศนวิสัยทั่วภูมิภาคหมองมัวลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนผ่านภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกกลุ่มควันหนาแน่นขยายตัวครอบคลุมหลายประเทศในยุโรป ณ ขณะนี้
เตือนกลุ่มเสี่ยงรับมือ PM2.5–ก๊าซพิษพุ่งสูง
สถานการณ์มลพิษดังกล่าวก่อให้เกิดความห่วงใยด้านสาธารณสุขอย่างมาก เนื่องจากควันจากไฟป่าไม่ได้มีเพียงฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้เท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยก๊าซพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจ
ทางการและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงออกประกาศเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคหอบหืด เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นขนาดเล็กเมื่อจำเป็น และปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อลดการสูดดมอากาศพิษสะสมในระยะนี้






