โคเคียว โยเนตะ พระสงฆ์รุ่นที่ 5 เจ้าอาวาสของวัดพุทธแห่งหนึ่งในเมืองเล็กๆ บนเกาะฮอกไกโด กำลังประสบปัญหาอย่างหนักในการหาเงินมาซ่อมแซมบูรณะวัดที่มีอายุนับศตวรรษ แต่แทนที่จะนั่งรอให้พุทธศาสนิกชนบริจาคเงินที่พวกเขาเองก็ไม่ได้มีมากมายอะไร เจ้าอาวาสวัดนี้กลับตัดสินใจเลือกเส้นทางที่คนรุ่นก่อน ๆ ไม่มีวันคาดคิด นั่นคือ ‘การนำเงินบริจาคที่มีอยู่แล้ว ไปลงทุนแทน’
การตัดสินใจในครั้งนี้ถือว่าได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า โดยภายในเวลาเพียง 2 ปี พอร์ตการลงทุนของพระโยเนตะ ซึ่งประกอบด้วยพันธบัตรสัญชาติอเมริกา, กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น (J-REITs) รวมถึงหุ้นบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD และ Hyundai สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 10% ต่อปี
เงินจำนวนนี้ได้เข้ามาช่วยแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจากค่าซ่อมแซมทั้งหมดที่สูงถึงราว 25 ล้านเยน (ราว 5.3 ล้านบาท) แถมเงินส่วนเกินนี้ยังช่วยให้พระโยเนตะสามารถขยายแผนการบูรณะวัดได้กว้างขวางและดีกว่าแผนการเดิมที่วางไว้ในตอนแรกอีกด้วย
ในตอนนี้เจ้าอาวาสวัดอื่น ๆ ในญี่ปุ่นก็เริ่มหันมาเล่นหุ้นหาเงินเข้าวัดเหมือนกัน เนื่องจากวัดญี่ปุ่นกำลังวิกฤต อีกทั้งค่าบำรุงรักษาอาคารไม้ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงเหล่านี้ก็กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับประชากรชาวพุทธในญี่ปุ่นที่ลดลงราว 14% ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากพุทธศาสนิกชนผู้สูงอายุทยอยเสียชีวิตลง ส่วนคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ก็เริ่มห่างเหินจากพิธีกรรมทางศาสนา และไม่ค่อยเข้าวัดแล้ว
พระโยเนตะวัย 46 ปีซึ่งมีความรู้เรื่องหุ้นเพราะเคยทำงานในบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดังมาก่อน ได้ลาออกจากงานเพื่อมาบวชเรียนและรับสืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดคงโกจิต่อจากบิดาในปี 2018 เผยว่า “รู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งที่พอร์ตลงทุนได้ผลตอบแทนที่ดี” แต่ก็เตือนว่า “ในยุคที่รายได้จากการจัดงานศพของวัดกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง วัดต่าง ๆ จะไม่สามารถพึ่งพาเพียงเงินบริจาคได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องเริ่มสะสมเงินสำรองและนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในตลาดการเงินเพื่อความอยู่รอด”
จำนวนพุทธศาสนิกชนที่ลดน้อยลงกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของวัด โดยผลสำรวจในปี 2021 จากวัด 7,000 แห่งโดย โจโด ชินชู ฮงวันจิ-ฮา (Jodo Shinshu Hongwanji-ha) ซึ่งเป็นหนึ่งในนิกายพุทธที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น พบว่า “วัดราวครึ่งหนึ่งมีรายได้รวมไม่ถึง 4 ล้านเยนต่อปี (ราว 8.56 แสนบาท)”
สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงเป็นพิเศษในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากที่พระสงฆ์หนึ่งรูปจะต้องควบตำแหน่งดูแลวัดหลายแห่งพร้อมกัน ควบคู่ไปกับการทำงานประจำอย่างการเป็นครูในโรงเรียน หรือข้าราชการเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ การจัดงานศพและการดูแลสุสานถือเป็นรายได้หลักที่ช่วยค้ำจุนวัดต่าง ๆ เนื่องจากครอบครัวของผู้ล่วงลับมักจะยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อพิธีกรรมและบทสวดที่วิจิตรบรรจง
ทว่านับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้คนก็เริ่มประหยัดค่าใช้จ่ายในพิธีกรรมงานศพลง และแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้ค่าครองชีพในชีวิตประจำวันของแต่ละครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าวัดบางแห่งที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจะสามารถเก็บค่าเข้าชมได้ แต่วัดส่วนใหญ่กลับไม่มีช่องทางรายได้อื่น ๆ เลย
(Photo by Shutterstock / SAND555UG)





