ฝรั่งเศสเดือด! มาครงประณามความรุนแรงหลังจลาจลทั่วประเทศ-ตำรวจสลายผู้ชุมนุมที่จัตุรัสปลัสเดอลาเรปูบลีก

19 ต.ค. 2569 - 09:25

  • เกิดจลาจลรุนแรงทั่วฝรั่งเศส มีผู้ถูกจับกุมเกือบ 2,400 คน และตำรวจบาดเจ็บเกือบ 1,000 นาย

  • มาครงแถลงประณามการใช้ความรุนแรง พร้อมสั่งรัฐมนตรีมหาดไทยสรุปบทเรียนจากการรับมือ

  • ฝ่ายค้านและคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีต่างวิจารณ์รัฐบาล ขณะที่ทรัมป์โยงเหตุจลาจลกับนโยบายผู้อพยพ

ฝรั่งเศสเดือด! มาครงประณามความรุนแรงหลังจลาจลทั่วประเทศ-ตำรวจสลายผู้ชุมนุมที่จัตุรัสปลัสเดอลาเรปูบลีก

ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยประณามความรุนแรง "ที่ไร้การยับยั้ง" ซึ่งปะทุขึ้นทั่วประเทศจากการประท้วงค่าครองชีพพุ่ง โดยกระทรวงมหาดไทยรายงานว่า มีผู้ถูกจับกุมในวันเสาร์กว่า 2,400 คน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้รับบาดเจ็บเกือบ 1,000 นาย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 7 นาย

ความรุนแรงลุกลามทั้งปารีสและต่างจังหวัด

นักข่าวของสำนักข่าว AFP รายงานว่า ในกรุงปารีส เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตาและระเบิดแสงสลายฝูงชนหลายร้อยคนที่รวมตัวบริเวณจัตุรัสปลัสเดอลาเรปูบลีก หลังมีการนัดชุมนุมผ่านโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ประท้วงขว้างปาขวดและก้อนหินใส่ตำรวจ พร้อมปล้นสะดมร้านค้าในพื้นที่ ขณะที่ในเมืองลียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ เจ้าหน้าที่สกัดกลุ่มเยาวชนที่พยายามทุบกระจกร้านเสื้อผ้าหรู

นอกจากนี้ เมืองลีมอฌยังสูญเสียศาลาว่าการที่สร้างในศตวรรษที่ 19 จากเพลิงที่ถูกลอบวางเพลิง ส่วนในเมืองลียง สำนักงานท่องเที่ยวกลางเมืองก็ถูกเผาเช่นกัน ขณะที่เยาวชนอายุ 17 ปีรายหนึ่งสูญเสียมือขวาจากระเบิดควบคุมฝูงชนในเมืองแซ็ง-เตเตียน และเยาวชนหญิงอีกรายในเมืองมิวลูซสูญเสียดวงตาข้างหนึ่ง

ศาลาว่าการเมืองลีมอฌถูกลอบวางเพลิง
ศาลาว่าการเมืองลีมอฌถูกลอบวางเพลิง

มาครงยันไม่ประกาศเคอร์ฟิว แต่สั่งเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย

มาครงแถลงความเสียหายที่เกิดจากการประท้วง ซึ่งรวมถึงศาลากลางถูกเผาทำลาย และธุรกิจหลายร้อยแห่งถูกปล้นหรือได้รับความเสียหายว่า "คืนนี้ พวกเราทุกคนรู้สึกโกรธและอับอาย"

"เมื่อมองดูภาพเหล่านี้ พวกเราทุกคนต่างถามตัวเองว่า พวกเขากำลังคิดอะไรอยู่? คนฝรั่งเศสทำแบบนี้กับฝรั่งเศสได้อย่างไร?" มาครงกล่าว พร้อมยืนยันว่า ต้องมีการแยกแยะระหว่างผู้ประท้วงที่มี "ข้อเรียกร้องที่ชอบธรรม" กับ "ผู้ที่ทำลาย ทุบตี และปล้นสะดม"

มาครงประกาศว่า ทางการจะ "ไม่ประนีประนอม" กับ "ผู้ก่อความวุ่นวายจากกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายสุดโต่ง ซึ่งร่วมกับผู้กระทำผิดจำนวนมาก" ที่ "ก่อความรุนแรงอย่างไม่ยั้งคิดในเมืองของเรา"

กลุ่มผู้ประท้วงทำลายน้ำพุที่จัตุรัสปลัสเดอลาเรปูบลีกในเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงปารีส
กลุ่มผู้ประท้วงทำลายน้ำพุที่จัตุรัสปลัสเดอลาเรปูบลีกในเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงปารีส

ฝ่ายค้านและนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์

ความไม่สงบเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งมาครง ผู้สมัครสายกลางไม่สามารถลงสมัครได้อีก และ มารีน เลอ เปน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคขวาจัด National Rally กำลังได้รับความนิยมสูงในผลสำรวจ

เลอ เปน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของมาครง "กำลังหมดแรง อ่อนล้า และสับสน"

ฌอง-ลุค เมลองชง หัวหน้าพรรค France Unbowed ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัดและลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเช่นกัน เตือนว่า ประเทศอาจกำลังมุ่งหน้าไปสู่ ​​"เหตุการณ์ที่จะควบคุมไม่ได้ในที่สุด"

ในระดับนานาชาติ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ฝรั่งเศสกำลังลุกเป็นไฟ!" พร้อมโยงเหตุจลาจลกับนโยบายผู้อพยพ ซึ่งเป็นมุมมองที่แตกต่างจากจุดยืนของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ชี้ว่า สาเหตุหลักมาจากความไม่พอใจเรื่องค่าครองชีพและความหวังของคนรุ่นใหม่

ตำรวจปารีสสลายผู้ชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตาและระเบิดแสง

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ผู้ชุมนุมนับร้อยคนหลั่งไหลเข้าสู่จัตุรัสปลัสเดอลาเรปูบลีก ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมประจำและเคยเป็นจุดปะทะรุนแรงเมื่อคืนวันเสาร์ ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งสวมชุดดำและปิดหน้ากาก พร้อมติดป้ายผ้าที่ฐานรูปปั้นกลางจัตุรัส แสดงความไม่พอใจต่อค่าครองชีพที่พุ่งสูง

สำนักงานตำรวจนครบาลปารีสระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวไม่ได้รับการอนุมัติ เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนกำลังสลายฝูงชนและจับกุมผู้ก่อเหตุ หลังพบสัญญาณความรุนแรงในเบื้องต้น โดยผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาขวดและก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ซึ่งตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและระเบิดแสง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์