Climate Change เล่นงานสหรัฐฯ แล้งหนัก เขื่อนใหญ่เหลือน้ำ 1 ใน 4 ทรัมป์สั่งลดใช้น้ำ-เนวาดายื่นฟ้องมองไม่เป็นธรรม

28 ส.ค. 2569 - 08:56

  • ระดับน้ำในเลคมีดลดลงจนเหลือเพียง 1 ใน 4 ของความจุ ขณะที่เลคพาวเวลล์แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนสิงหาคม

  • รัฐบาลทรัมป์ ออกแผน 10 ปี บังคับ 3 รัฐตอนล่างลดการใช้น้ำจากแม่น้ำโคโลราโดรวม 3,700 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

  • รัฐเนวาดายื่นฟ้องคดีต่อศาล หลังแผนการตัดลดน้ำถูกมองว่าไม่เป็นธรรมต่อรัฐตอนล่าง

Climate Change เล่นงานสหรัฐฯ แล้งหนัก เขื่อนใหญ่เหลือน้ำ 1 ใน 4 ทรัมป์สั่งลดใช้น้ำ-เนวาดายื่นฟ้องมองไม่เป็นธรรม

Climate Change ลามทั่วสหรัฐฯ “เลคมีด” อ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดเผยรอยแผลใหญ่จากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังประสบปัญหาภัยแล้งที่ยาวนานจนระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 1 ใน 4 ขณะที่แผนลดการใช้น้ำของทรัมป์ กำลังจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างรัฐ

เลคมีดวิกฤต โลกร้อนทิ้งรอยแผลที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ท่ามกลางคลื่นความร้อนปี 2026 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเลคมีด ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ กำลังหดตัวอย่างน่าวิตก ระดับน้ำลดลงจนเหลือเพียง 1 ใน 4 ของความจุ สะท้อนผ่านรอยคราบแร่ธาตุสีขาวบนผาหินที่สูงกว่าผิวน้ำถึง 57 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวและนักวิทยาศาสตร์ต่างยืนยันว่าคือหลักฐานที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ไบรอัน เอสเซกซ์ กำลังบังคับเรือของเขาไปบนทะเลสาบมีด ใกล้กับเขื่อนฮูเวอร์ / ภาพ เอเอฟพี
ไบรอัน เอสเซกซ์ กำลังบังคับเรือของเขาไปบนทะเลสาบมีด ใกล้กับเขื่อนฮูเวอร์ / ภาพ เอเอฟพี

ชูเน โอสเตแรโร นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมาเยือนลาสเวกัส กล่าวกับสำนักข่าวต่างประเทศ ว่าเพียงไม่กี่วันที่อยู่ที่นี่ก็สามารถเห็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างชัดเจน รอยคราบที่ขอบอ่างอาบน้ำบนผนังหินรอบทะเลสาบกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น

แม่น้ำโคโลราโดใต้เผชิญแรงกดดันสองทาง

เลคมีดและเลคพาวเวลล์ ถูกสร้างขึ้นโดยเขื่อนสองแห่งที่ห่างกัน 480 กิโลเมตร เพื่อกักเก็บน้ำจากแม่น้ำโคโลราโดสำหรับจ่ายให้ประชาชนกว่า 40 ล้านคน ใน 7 รัฐ รวมถึงผลิตกระแสไฟฟ้าให้ครัวเรือนนับแสน

เดวิด ครีเมอร์ ศาสตราจารย์ด้านอุทกวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยลาสเวกัส ระบุว่าปัญหาเกิดจากสองปัจจัยพร้อมกัน คือฤดูหนาวที่แห้งแล้งผิดปกติทำให้ปริมาณหิมะสะสมในเทือกเขาร็อกกีลดลงมาก ขณะที่อุณหภูมิเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ส่งผลให้น้ำระเหยจากทะเลสาบมากขึ้น

รัฐบาลทรัมป์เผยแพร่แผนระยะเวลา 10 ปี ซึ่งกำหนดข้อจำกัดอย่างเข้มงวดต่อปริมาณการใช้น้ำของรัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และเนวาดา
รัฐบาลทรัมป์เผยแพร่แผนระยะเวลา 10 ปี ซึ่งกำหนดข้อจำกัดอย่างเข้มงวดต่อปริมาณการใช้น้ำของรัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และเนวาดา

แผนตัดน้ำ 10 ปี จุดชนวนความขัดแย้ง

รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งเผยแพร่แผน 10 ปี กำหนดให้แคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และเนวาดา ซึ่งเป็น 3 รัฐตอนล่าง ลดปริมาณการใช้น้ำรวมกัน 3,700 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เทียบเท่าสระโอลิมปิก 1.5 ล้านสระ ขณะที่รัฐตอนบนอย่างโคโลราโด ยูทาห์ ไวโอมิง และนิวเม็กซิโก ได้รับการยกเว้น ความไม่สมดุลดังกล่าวทำให้เนวาดายื่นฟ้องคดีต่อศาล

ขณะนี้เลคมีดมีน้ำอยู่เพียง 1 ใน 4 ของความจุทั้งหมด หลังจากฤดูหนาวที่แห้งแล้งผิดปกติและอุณหภูมิที่สูงจัดในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในสหรัฐฯ
ขณะนี้เลคมีดมีน้ำอยู่เพียง 1 ใน 4 ของความจุทั้งหมด หลังจากฤดูหนาวที่แห้งแล้งผิดปกติและอุณหภูมิที่สูงจัดในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในสหรัฐฯ

ปัญหาลุกลามไกลกว่าแค่ภาคตะวันตก

ครีเมอร์ เตือนว่าหากระดับน้ำลดลงถึงจุดที่เรียกว่า “เดดพูล” ซึ่งน้ำไม่ไหลผ่านเขื่อนอีกต่อไป จะส่งผลกระทบต่อระบบชลประทานในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ที่เป็นแหล่งผลิตผักฤดูหนาวหลักของสหรัฐฯ และอาจสร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อาหารทั่วประเทศ จนกระทบความมั่นคงทางอาหาร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์