ทางการอินโดนีเซียสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 9,000 นาย เข้าตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเมื่อวันอังคาร (20 ต.ค.) ที่ผ่านมา เพื่อตั้งรับการประท้วงครั้งใหญ่ของกลุ่มนักศึกษา เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต
มาตรการสกัดกั้นเหตุความไม่สงบตามท้องถนนในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากผลโพลล่าสุดชี้ว่า “คะแนนนิยมของประธานาธิบดีลดฮวบลงอย่างหนัก” ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงเตรียมออกมารวมตัวกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและจัดการกับปัญหาไฟป่าอย่างเด็ดขาด
ผลสำรวจของสถาบันวิจัย ไซฟูล มูจานี (Saiful Mujani Research and Consulting) เผยให้เห็นว่า
“คะแนนนิยมของประธานาธิบดีปราโบโว นั้นดิ่งลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จนร่วงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้เหลือเพียง 44.5% ซึ่งถือเป็นการลดลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับ 81.2% ในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา”
การเดินขบวนประท้วงในกรุงจาการ์ตาครั้งนี้ จัดตั้งขึ้นโดยเครือข่ายนักศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยแห่งอินโดนีเซีย แม้ว่าในเบื้องต้นจะยังไม่ทราบจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมที่แน่ชัด แต่ทางรัฐบาลได้ส่งกำลังตำรวจเข้าตรึงกำลังรับมือแล้วราว 9,500 นาย
การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากประธานาธิบดีปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ปราโบโวใช้บ่อยครั้งตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง เพื่อพยายามฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน หรือรับมือกับวิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้นโยบายเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าอดีตนายพลรายนี้จะชนะการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น แต่ปัจจุบัน ปราโบโวกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนักในการกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชน ภาคธุรกิจ และกลุ่มนักลงทุน ที่กำลังวิตกกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาล
ทั้งนี้ อินโดนีเซียเพิ่งผ่านพ้นการประท้วงใหญ่ระลอกล่าสุดมาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุมหลายร้อยคน ยิ่งไปกว่านั้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2025 ทั่วประเทศก็เคยเกิดเหตุเดินขบวนประท้วงอย่างรุนแรงมาแล้ว จากชนวนเหตุสะเทือนขวัญที่พนักงานส่งของวัย 21 ปี เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
(Photo by DEVI RAHMAN / AFP)





