IAEA เตือนความเสี่ยงด้านอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านสูงขึ้นมากกว่าตอนก่อนเกิดสงคราม

4 มิ.ย. 2569 - 16:00

  • ก่อนการโจมตีทางอากาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 วัสดุนิวเคลียร์ของอิหร่านอยู่ภายใต้การตรวจสอบของ IAEA ทุกสัปดาห์ แต่ปัจจุบันไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไป

  • ยิ่งวัสดุดังกล่าวอยู่นอกเหนือการตรวจสอบของ IAEA นานเท่าใด ความเสี่ยงที่วัสดุนั้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่สันติก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

  • การประเมินล่าสุดของ IAEA พบว่า อิหร่านครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะประมาณ 440.9 กิโลกรัม ที่ความบริสุทธิ์ 60%

IAEA เตือนความเสี่ยงด้านอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านสูงขึ้นมากกว่าตอนก่อนเกิดสงคราม

เจ้าหน้าที่ตะวันตกอ้างข้อมูลใหม่ที่เผยแพร่โดยหน่วยงานด้านพลังงานปรมาณูของสหประชาชาติระบุว่า ความเสี่ยงที่อิหร่านกำลังแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในปัจจุบันนั้นสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อหนึ่งปีก่อน

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เตือนประเทศสมาชิกเกี่ยวกับอันตรายจากการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ที่เกิดจากยูเรเนียมคุณภาพสูงใกล้เคียงระดับที่ใช้ผลิตระเบิดนิวเคลียร์จำนวนมากของอิหร่าน ก่อนการโจมตีทางอากาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม 12 วัน โดยวัสดุดังกล่าวอยู่ภายใต้การตรวจสอบของ IAEA ทุกสัปดาห์เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการผลิตอาวุธ แต่ปัจจุบันไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไป

นักการทูตอาวุโสสองคนซึ่งคุ้นเคยกับรายงานดังกล่าวและขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเผยว่า รายงานของ IAEA เน้นย้ำว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้สร้างปัญหาทางนิวเคลียร์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งวัสดุดังกล่าวอยู่นอกเหนือการตรวจสอบของ IAEA นานเท่าใด ความเสี่ยงที่วัสดุนั้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่สันติก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

เอกสารลับ 119 หน้าที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้วในกรุงเวียนนาระบุว่า ขณะนี้ IAEA “ไม่สามารถสรุปใดๆ เกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์นี้ได้ สิ่งนี้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากวัสดุนิวเคลียร์นี้ ซึ่งหน่วยงานไม่สามารถตรวจสอบได้ ประกอบด้วยยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงในปริมาณมาก”

การกำจัดความทพยายามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในสงคราม และรายงานของ IAEA ออกมาในช่วงที่ตลาดผันผวนจากความพยายามที่ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลง คำเตือนนี้เน้นย้ำว่า แม้ว่าการหยุดยิงระยะยาวจะเกิดขึ้นได้ แต่เส้นทางสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ยั่งยืนยังคงยาวไกล เต็มไปด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงต่อการล้มเหลว ซึ่งทำให้ความหวังที่ว่าการทูตจะช่วยให้การไหลเวียนของพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีเสถียรภาพอย่างรวดเร็วลดลง

การตรวจสอบของ IAEA ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว หลังจากอิหร่านบังคับใช้ข้อจำกัดใหม่ภายหลังสงคราม 12 วัน ผู้สังเกตการณ์ยังไม่ได้กลับไปยังพื้นที่ที่เสียหายในฟอร์โดว์ อิสฟาฮาน และนาทันนซ์ ซึ่งเป็นที่ที่พบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำของอิหร่านจำนวน 440.9 กิโลกรัม และ 8,599.6 กิโลกรัมครั้งล่าสุด

การประเมินล่าสุดของ IAEA พบว่า อิหร่านครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะประมาณ 440.9 กิโลกรัม ที่ความบริสุทธิ์ 60% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าเกรดที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์เล็กน้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ประเมินว่า ปริมาณนี้สามารถให้วัตถุดิบฟิสไซล์เพียงพอสำหรับระเบิดนิวเคลียร์ประมาณ 10 ลูก หากนำไปเสริมสมรรถนะให้สูงขึ้นไปอีก

ปัญหาที่ประชาคมระหว่างประเทศกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่ขนาดของคลังสะสมอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังรวมถึงที่ตั้งของมันด้วย

ราฟาเอล มาเรียโน กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA ระบุว่า เชื่อกันว่าวัสดุส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์อิสฟาฮานที่ได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนา ฝังอยู่ใต้ดินลึกใต้ภูเขาและได้รับการปกป้องด้วยเครือข่ายอุโมงค์ที่กว้างขวาง นักวิเคราะห์เชื่อว่า บางส่วนของโรงงานอาจอยู่นอกเหนือขอบเขตที่แม้แต่ระเบิดทำลายบังเกอร์ที่ทรงพลังที่สุดของสหรัฐฯ ยังทำลายไม่ได้

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่า ยูเรเนียมบางส่วนอาจถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ที่ไม่เปิดเผยก่อนหรือระหว่างความขัดแย้ง ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมที่น่าสงสัยใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์ที่สำคัญ แต่ผู้ตรวจสอบไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าวัสดุนั้นถูกเก็บไว้ที่ใด

แม้ว่าทำเนียบขาวจะยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว แต่สหรัฐฯ ก็พยายามเจรจาเพื่อเข้าถึงยูเรเนียม โดยทรัมป์เสนอแนะว่า วัสดุดังกล่าวอาจถูกส่งออกออกจากอิหร่าน หรือลดระดับความเข้มข้นลงในอิหร่านภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA

แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาวกล่าวในแถลงการณ์ว่า “โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายไปแล้วระหว่างปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์ และเกราะป้องกันแบบดั้งเดิมที่ตั้งใจจะปกป้องโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขา ซึ่งประกอบด้วยขีปนาวุธ โรงงานผลิต และกองทัพเรือ ก็หายไปแล้ว” และว่า “เป็นเรื่องโง่” ที่จะบอกว่าอิหร่าน “สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากไม่มีโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์หรือระบบป้องกันทางทหารที่ใช้งานได้”

View post on Facebook

แต่เจ้าหน้าที่เริ่มกังวลว่า การที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ไม่ได้ดึง IAEA เข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจารอบล่าสุด อาจสร้างความเสี่ยงใหม่และทำให้เกิดความคาดหวังที่ไม่สมจริง

กรอสซีเผยกับ Al Jazeera เมื่อวันอังคารว่า “เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจานี้ เราเข้าร่วมจนถึงรอบสุดท้ายซึ่งสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ สิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้จะนำไปสู่ข้อตกลงที่ไม่ดี”

การประชุมคณะกรรมการ IAEA ครั้งสำคัญจะจัดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ในเมืองหลวงของออสเตรีย ทำให้ตลาดต่างจับตาดูข้อมูลใหม่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ซึ่งจุดชนวนให้เกิดสงครามในปัจจุบัน ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากรายงานของ IAEA เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ระบุว่า มีกิจกรรมใกล้พื้นที่นิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งระเบิด การโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากคณะกรรมการของ IAEA ตำหนิอิหร่านเรื่องการสกัดกั้นผู้ตรวจสอบ

Photo by - / 2026 PLANET LABS PBC / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์