ลิกเตนสไตน์เปิดทางให้ผู้หญิงขึ้นครองบัลลังก์ได้จากเดิมให้สิทธิ์เฉพาะบุตรชายคนโตเท่านั้น

16 ส.ค. 2569 - 13:38

  •   ลำดับการสืบราชบัลลังก์ลิกเตนสไตน์กำลังเปลี่ยนจากระบบสืบราชบัลลังก์โดยบุตรชายคนโต เป็นระบบสืบราชบัลลังก์โดยบุตรคนโตโดยสมบูรณ์

  • การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อลำดับการสืบราชบัลลังก์ของลิกเตนสไตน์ในขณะนี้

  • เจ้าชายฮันส์-อาดัมที่ 2 ยังคงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐมาตั้งแต่ปี 1989 แต่ในปี 2004 ทรงมอบอำนาจส่วนใหญ่ให้แก่เจ้าชายอาโลอิส พระโอรสองค์โต

ลิกเตนสไตน์เปิดทางให้ผู้หญิงขึ้นครองบัลลังก์ได้จากเดิมให้สิทธิ์เฉพาะบุตรชายคนโตเท่านั้น

สำนักพระราชวังแห่งลิกเตนสไตน์แถลงเมื่อวันเสาร์ (15 ส.ค.) ซึ่งตรงกับวันชาติลิกเตนสไตน์ว่า กฎการสืบราชบัลลังก์ของประเทศเล็กๆ แห่งนี้จะถูกเปลี่ยนแปลง โดยยกเลิกการสืบราชบัลลังก์โดยให้บุตรชายเป็นฝ่ายขึ้นครองบัลลังก์เท่านั้น เพื่อให้ผู้หญิงสามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้ในอนาคต

“ลำดับการสืบราชบัลลังก์กำลังเปลี่ยนจากระบบสืบราชบัลลังก์โดยบุตรชายคนโต เป็นระบบสืบราชบัลลังก์โดยบุตรคนโตโดยสมบูรณ์ นั่นหมายความว่าในอนาคต บุตรคนแรกที่เกิด ไม่ว่าจะเป็นเพศใด จะเป็นทายาทแห่งราชบัลลังก์ และต่อมาจะเป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชายแห่งลิกเตนสไตน์”

ราชวงศ์ลิกเตนสไตน์

การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อลำดับการสืบราชบัลลังก์ของลิกเตนสไตน์ในขณะนี้ แต่จะมีผลเฉพาะกับทายาทของบุตรทั้งสี่ของเจ้าชายรัชทายาทอาโลอิสและเจ้าหญิงรัชทายาทโซฟี พระชายาเท่านั้น

ในบรรดาบุตรทั้งสี่ของเข้าชายอาโลอิส เจ้าชายโจเซฟ เวนเซล พระชนมายุ 31 ปี เป็นพระโอรสองค์โต ส่วนพระโอรสองค์รองลงมาคือ เจ้าหญิงมารี แคโรไลน์ พระชนมายุ 29 ปี

เจ้าชายอาโลอิสกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ด้วยการเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ เราต้องการให้แน่ใจว่าทั้งราชรัฐลิกเตนสไตน์และราชวงศ์จะได้รับการบริหารโดยบุคคลที่มีความพร้อมที่สุดสำหรับความรับผิดชอบนี้”

เจ้าชายฮันส์-อาดัมที่ 2 ยังคงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐมาตั้งแต่ปี 1989 แต่ในปี 2004 ทรงมอบอำนาจส่วนใหญ่ให้แก่เจ้าชายอาโลอิส พระโอรสองค์โต ซึ่งปัจจุบันมีพระชนมายุ 58 พรรษา การกระทำดังกล่าวเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติของพระมหากษัตริย์แห่งลิกเตนสไตน์ที่ทรงสละราชสมบัติให้แก่รัชทายาท

ลิกเตนสไตน์ ประเทศร่ำรวยที่มีประชากร 40,000 คน ตั้งอยู่ติดกับสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ มีระบอบกษัตริย์ที่ทรงอำนาจเมื่อเทียบกับมาตรฐานยุโรป โดยเจ้าชายผู้ปกครองมีอำนาจในการยับยั้งผลการลงประชามติ แต่งตั้งผู้พิพากษา และปลดรัฐบาล

ราชรัฐแห่งนี้มีแนวคิดอนุรักษนิยมมาโดยตลอด และในปี 1984 ได้กลายเป็นประเทศสุดท้ายในยุโรปที่ให้สิทธิผู้หญิงในการออกเสียงเลือกตั้งระดับชาติ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชายลงมติเห็นชอบการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเฉียดฉิว ซึ่งเจ้าชายฮันส์-อาดัมได้ให้การสนับสนุนในการลงประชามติ

นอกจากลิกเตนสไตน์แล้ว เมื่อปี 2011 สหราชอาณาจักรได้แก้ไขกฎหมายการสืบราชบัลลังก์เพื่อให้ธิดาคนแรกของพระมหากษัตริย์สามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้

 Photo by FABRICE COFFRINI / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์