มาเลเซียร้อนจัด! ทำ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ กินไฟพุ่งทุบสถิติใหม่ รัฐบาลแก้เกมดึงก๊าซในประเทศอุดช่องว่างพลังงาน

9 ก.ย. 2569 - 15:20

  • มาเลเซียกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหม่ หลังสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) กินไฟพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งแผนจัดหาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

  • ในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ในมาเลเซียพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.3% ของการใช้ไฟทั้งประเทศ (จากปกติเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 7%)

  • เนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้ระบบทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานมากขึ้นอย่างมหาศาล

มาเลเซียร้อนจัด! ทำ ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ กินไฟพุ่งทุบสถิติใหม่ รัฐบาลแก้เกมดึงก๊าซในประเทศอุดช่องว่างพลังงาน

มาเลเซียกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหม่ หลังสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) กินไฟพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งแผนจัดหาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต 

ซิหมี่ ซาฟินาห์ ซาเลห์ ซีอีโอคณะกรรมการพลังงาน เปิดเผยว่า “ในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ในมาเลเซียพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.3% ของการใช้ไฟทั้งประเทศ (จากปกติเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 7%) เนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้ระบบทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานมากขึ้นอย่างมหาศาล” 

“ภายในปี 2035 ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์อาจมีสัดส่วนการใช้ไฟสูงถึง 31% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในพื้นที่มาเลเซียตะวันตก (แถบคาบสมุทร)”

ซาฮาริน ซุลกิฟลี รองผู้อำนวยการฝ่ายสถิติเศรษฐกิจและวิจัยฯ คาดการณ์ 


อัคมัล นาเซอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ระบุว่า มาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ประกอบกับประเทศกำลังอยู่ในช่วงทยอยยกเลิกการใช้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน (โดยมีเป้าหมายปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งสุดท้ายภายในปี 2044) รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งจัดหากำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก 9 กิกะวัตต์ให้ได้ภายในปี 2032 เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างพลังงานและป้องกันปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ” 

แม้ว่าสงครามอิหร่านจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการนำเข้าก๊าซ LNG จนทำให้หลายประเทศในภูมิภาคผลิตไฟฟ้าได้ลดลง แต่มาเลเซียได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติภายในประเทศเข้ามาสวนกระแส เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นในปีนี้ ซึ่งความมั่นคงทางพลังงานดังกล่าวช่วยให้มาเลเซียสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon และ Microsoft ได้สำเร็จ 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจะไม่มีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่เปิดใช้งานเพิ่มเติมเลยในปีนี้และปีหน้า มาเลเซียจึงจะใช้วิธีปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เต็มที่จากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมในปัจจุบันเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟที่สูงขึ้นไปจนถึงสิ้นปี 2027

“คณะกรรมการพลังงานไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดจะลากยาวเกินกว่าช่วงต้นเดือนกันยายน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดนี้เอง ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของเราลดลงไปอยู่ในระดับที่ต่ำมากเช่นกัน”

ซิหมี่ กล่าว 

ขณะที่ แกรี่ โกห์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Sprint DC Consulting บริษัทที่รึกษา กล่าวว่า มาเลเซียจะไม่เผชิญกับภาวะขาดแคลนพลังงานในอนาคตอันใกล้นี้จากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์...การพุ่งขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้านั้น ยังคงอยู่ภายใต้ขอบเขตการวางแผนระบบสายส่ง (Grid) ของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิง และแนวโน้มการเติบโตจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบและคาดการณ์ได้”  

(Photo by Shutterstock / FlapNSnap)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์