สิงคโปร์ไฟเขียว! ขึ้นเงินเดือนรัฐมนตรี 9% พุ่งปีละ 31 ล้าน หวังซื้อใจคนเก่ง-บล็อกช่องโหว่คอร์รัปชัน

8 ก.ย. 2569 - 17:54

  • รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศปรับขึ้นเงินเดือนนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง สูงสุดถึง 9% ส่งผลให้รัฐมนตรีในระดับเริ่มต้น (เกรด MR4) มีรายได้พุ่งสูงถึงปีละประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 31.2 ล้านบาท)

  • นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ที่ประเทศสิงคโปร์มีการปรับฐานเงินเดือนของคณะรัฐมนตรี

  • การปรับขึ้นเงินเดือน ‘สูงสุด 9%’ ในครั้งนี้ จะไม่ได้เท่ากันทุกคนโดยอัตโนมัติ แต่รัฐบาลจะพิจารณาจากผลงานส่วนบุคคลและประวัติการขึ้นเงินเดือนครั้งล่าสุดเป็นหลัก

สิงคโปร์ไฟเขียว! ขึ้นเงินเดือนรัฐมนตรี 9% พุ่งปีละ 31 ล้าน หวังซื้อใจคนเก่ง-บล็อกช่องโหว่คอร์รัปชัน

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศปรับขึ้นเงินเดือนนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงสูงสุดถึง 9% ส่งผลให้รัฐมนตรีในระดับเริ่มต้น (เกรด MR4) มีรายได้พุ่งสูงถึงปีละประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 31.2 ล้านบาท) 

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง ลอว์เรนซ์ หว่อง แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายนว่า “มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมปีนี้เป็นต้นไป หลังจากรัฐบาลเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระที่ตั้งขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว” 

นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ที่ประเทศสิงคโปร์มีการปรับฐานเงินเดือนของคณะรัฐมนตรี โดยนายกฯ หว่อง แถลงว่า “คณะกรรมการอิสระได้เสนอให้ปรับเพิ่มเพดานเงินเดือนของรัฐมนตรีขั้นเริ่มต้น (เกรด MR4 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดจากทั้งหมด 4 ขั้น) จากเดิมปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 28.6 ล้านบาท) ขึ้นเป็น 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 46.8 ล้านบาท)” 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตัดสินใจว่าจะยังไม่ปรับขึ้นเต็มเพดานตามที่เสนอมาในทันที แต่จะใช้วิธีปรับขึ้นให้ก่อนแบบครั้งเดียวจบ (One-off) สูงสุดไม่เกิน 9% ซึ่งการปรับขึ้นรอบนี้จะครอบคลุมนักการเมืองยกแผง ตั้งแต่ประธานาธิบดี ประธานสภาฯ ไปจนถึงเงินประจำตำแหน่งของ สส. โดยจะมีผลบังคับใช้พร้อมกันทั้งหมด 

“การปรับขึ้นเงินเดือน ‘สูงสุด 9%’ ในครั้งนี้ จะไม่ได้เท่ากันทุกคนโดยอัตโนมัติ แต่รัฐบาลจะพิจารณาจากผลงานส่วนบุคคลและประวัติการขึ้นเงินเดือนครั้งล่าสุดเป็นหลัก”

นายกฯ หว่อง ชี้แจง 

ยกตัวอย่างเช่น รัฐมนตรีขั้นเริ่มต้นที่เดิมทีได้ปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ แต่หากผลงานผ่านเกณฑ์และได้ขึ้นเต็มเพดาน 9% รายได้ก็จะขยับเป็นประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 31.2 ล้านบาท) 

นายกฯ หว่องย้ำอีกว่า “รัฐบาลได้ปิดประตูเรื่องการดันเงินเดือนให้พุ่งไปถึง 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 46.8 ล้านบาท) ตามที่คณะกรรมการเสนอแล้ว โดยหลังจากนี้ หากใครอยากได้เงินเดือนเพิ่ม จะต้องพิสูจน์ตัวเองจากผลงานและความรับผิดชอบเท่านั้น” 

ทั้งนี้ เว็บไซต์งบประมาณประจำปี 2026 เผยว่า “รัฐบาลสิงคโปร์ได้ตั้งงบประมาณสำหรับจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้แก่นักการเมืองในคณะรัฐบาลชุดนี้รวมสูงถึง 53.36 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราวว 1,387 ล้านบาท)” 

ด้าน ชาน ชุน ซิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการสาธารณะ เปิดเผยว่า “หากรัฐบาลอนุมัติปรับขึ้นเงินเดือนเต็มเพดานสูงสุด 9% ให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคน มาตรการนี้จะทำให้รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 130 ล้านบาท)” 

นอกจากนี้ ในส่วนของการปรับเพิ่มเงินประจำตำแหน่งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ก็จะส่งผลให้รัฐบาลมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอีกปีละ 6.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 171.6 ล้านบาท) ด้วย 

ในส่วนของเงินเดือนนายกรัฐมนตรีนั้น โครงสร้างใหม่จะกำหนดให้ได้รับเงินเดือนเป็น 2 เท่าของเกณฑ์รัฐมนตรีขั้นเริ่มต้น ทำให้นายกฯ หว่อง มีรายได้รวมต่อปี (รวมโบนัส) ขยับจาก 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 57.2 ล้านบาท) ขึ้นเป็นประมาณ 3.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 93.6 ล้านบาท) 

แต่อย่างไรก็ตาม นายกฯ หว่องได้ประกาศจุดยืนส่วนตัวว่า หากเขายังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า เขาจะบริจาคเงินส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดนี้ให้แก่สาธารณกุศลที่เหมาะสม โดยย้ำว่า “นี่คือการตัดสินใจส่วนตัวและไม่ได้บังคับให้เพื่อนนักการเมืองคนอื่นต้องทำตาม” พร้อมขยี้ปมว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาไม่ชอบทำการกุศลแบบสร้างภาพเพื่อเอาหน้าต่อสาธารณชน 

(Photo by YASUYOSHI CHIBA / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์