เหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (26 ส.ค.) บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต หลังธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยพังถล่ม ส่งผลให้กระแสน้ำและเศษหินไหลบ่าท่วมหมู่บ้านหลายแห่งอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุดจากทั้งสองประเทศระบุว่ามีผู้สูญหายใกล้แตะ 3,000 ราย พบศพแล้ว 750 ศพ และมีรายงานว่าบางส่วนถูกกระแสน้ำพัดไปไกลถึงอินเดีย
เร่งเจาะอุโมงค์ช่วยคนงานโรงไฟฟ้า
กองทัพเนปาลเร่งปฏิบัติการกู้ภัยในวันอาทิตย์ หลังสามารถสอดท่อเข้าไปในอุโมงค์โครงการไฟฟ้าพลังน้ำตรีศุลี 3A ที่เชื่อว่ามีคนงานติดอยู่ภายใน รัฐมนตรีมหาดไทยเนปาล สุดาน คุรุง ระบุว่า ทีมงาน "เริ่มส่งอากาศผ่านช่องเปิดขนาดเล็ก" แล้ว อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
ในพื้นที่ที่มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่ หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า มีคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 933 คนสูญหาย

ชีวิตที่ถูกทำลายจนไม่มีอะไรเหลือ
พุทธิ รัม ดังโกล ผู้รอดชีวิตในเขตนูวาโกต เล่าให้สำนักข่าว AFP ฟังว่า "ชุมชนทั้งหมดที่อยู่ริมแม่น้ำถูกพัดไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือเลย" ขณะที่ญาติผู้สูญหายจำนวนมากรวมตัวกันที่ฐานปฏิบัติการทหารในเมืองบิดูร์ เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้รอดชีวิต
ในจำนวนผู้สูญหายในเนปาลรวม 2,426 คน มีคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 933 คน และชาวต่างชาติ 589 คน รวมถึงนักเดินทางและผู้แสวงบุญฮินดูที่มุ่งหน้าสู่เขาไกรลาสในทิเบต

นานาชาติระดมช่วยเหลือ
สหรัฐฯ และแคนาดาประกาศบริจาคเงินช่วยเหลือประเทศละ 3.6 ล้านดอลลาร์ สหราชอาณาจักรมอบ 6.8 ล้านดอลลาร์ สหประชาชาติปล่อยเงินฉุกเฉิน 2.5 ล้านดอลลาร์ และสหภาพยุโรปสัญญาว่าจะให้ 2.3 ล้านดอลลาร์ ส่วนสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) ระบุว่า ได้จัดสรรเงินไปแล้วกว่า 1 ล้านดอลลาร์ และยื่นอุทธรณ์ฉุกเฉินเป็นเงิน 31 ล้านดอลลาร์
รัฐมนตรีต่างประเทศเนปาล ชิซีร์ คานัล ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูอาจสูงถึง "หลายพันล้านดอลลาร์" พร้อมขอรับความช่วยเหลือด้านโดรนยกของหนักและชุดทดสอบทางนิติวิทยาศาสตร์
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่เบื้องหลัง
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ภัยพิบัติครั้งนี้มีสาเหตุจากการพังถล่มของธารน้ำแข็ง ซึ่งเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ผู้อำนวยการด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ไซมอน สตีล กล่าวว่า "การพังถล่มของธารน้ำแข็งและน้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าระบบนิเวศภูเขาเปราะบางเพียงใด"




