แบงก์ชาติปารากวัยสั่งยึดกิจการ ‘Ueno Bank’ ธนาคารดิจิทัลเบอร์ 1 เซ่นปมฉาวผลประโยชน์ทับซ้อนประธานาธิบดี

5 พ.ย. 2569 - 12:27

  • ธนาคารกลางปารากวัยประกาศยึดและเข้าควบคุมกิจการ ‘Ueno Bank’ ซึ่งเป็นธนาคารดิจิทัลรายใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีซานติอาโก เปญญา เมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคาร (3 พ.ย.) ที่ผ่านมา

  • เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เงินออมของลูกค้าหลายล้านราย รวมถึงเงินทุนสาธารณะอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐต้องตกอยู่ในสภาวะชะงักงันทันที

  • การเข้าแทรกแซงในครั้งนี้จะช่วยให้สามารถปิดตัวและชำระบัญชีของ Ueno Bank ได้ โดยยังคงสามารถคุ้มครองเงินออมของลูกค้า และป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตลุกลามไปยังสถาบันการเงินอื่น

แบงก์ชาติปารากวัยสั่งยึดกิจการ ‘Ueno Bank’ ธนาคารดิจิทัลเบอร์ 1 เซ่นปมฉาวผลประโยชน์ทับซ้อนประธานาธิบดี

ธนาคารกลางปารากวัยประกาศยึดและเข้าควบคุมกิจการ ‘Ueno Bank’ ซึ่งเป็นธนาคารดิจิทัลรายใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีซานติอาโก เปญญา เมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคาร (3 พ.ย.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินออมของลูกค้าหลายล้านราย รวมถึงเงินทุนสาธารณะอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐต้องตกอยู่ในสภาวะชะงักงันทันที   

ทางคณะกรรมการธนาคารกลางมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่ง Ueno Bank เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและจัดการสินทรัพย์ หลังจากพบว่า “อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ของธนาคาร ลดต่ำลงจนเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด” 

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวไม่ใช่การยื่นล้มละลายต่อศาลตามขั้นตอนปกติ แต่เป็นกระบวนการพิเศษที่ช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถโอนย้ายเงินฝากของลูกค้าไปยังธนาคารอื่นที่มีความมั่นคงได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะนำสินทรัพย์ส่วนที่เหลือของธนาคารไปขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ต่อไป 

Ueno Bank ระบุว่า “มีฐานลูกค้ากว่า 3 ล้านราย หรือคิดเป็นเกือบ 60% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในปารากวัย และเป็นผู้บริหารเงินทุนสาธารณะมูลค่าราว 800-850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7-2.87 หมื่นล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเงินลงทุนประมาณ 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.27 หมื่นล้านบาท) จากกองทุนบำเหน็จบำนาญและสาธารณสุขแห่งชาติ (IPS)”   

วิกฤตการณ์เข้าแทรกแซงครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเด็นอื้อฉาวที่รุมเร้าประธานาธิบดีเปญญามาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2023 โดยไม่นานหลังพิธีสาบานตน เปญญาได้แต่งตั้ง การ์ลอส การ์บาโย อดีตผู้บริหารระดับสูงของ Ueno Bank ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลาง ซึ่งกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์มองว่า “เป็นพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน” 

นอกจากนี้ ตัวประธานาธิบดีเปญญาเองยังคงเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ ‘Grupo Vázquez’ กลุ่มบริษัทแม่ที่เป็นเจ้าของ Ueno Bank มาจนถึงเดือนมีนาคม 2025 แม้ทางธนาคารจะยืนยันว่า เปญญาไม่เคยถือหุ้นหรือลงทุนในธนาคารโดยตรงก็ตาม 

ปัจจุบันทั้งตัวประธานาธิบดีและ Ueno Bank ต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตทั้งหมด ขณะที่ธนาคารกลางแถลงชี้แจงว่า “การ์บาโยได้ถอนตัวจากการร่วมตัดสินใจในทุกวาระที่เกี่ยวข้องกับ Ueno Bank แล้ว” 

“การเข้าแทรกแซงในครั้งนี้จะช่วยให้สามารถปิดตัวและชำระบัญชีของ Ueno Bank ได้ โดยยังคงสามารถคุ้มครองเงินออมของลูกค้า และป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตลุกลามไปยังสถาบันการเงินอื่น...ปัญหานี้จำกัดอยู่แค่ภายใน Ueno Bank เท่านั้น และไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินในภาพรวม”

— ธนาคารกลางปารากวัยยืนยัน 

ด้านการ์บาโยเปิดเผยว่า “ชนวนเหตุเริ่มต้นจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลตรวจพบว่า Ueno Bank มีพฤติกรรมปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มบริษัทในเครือของเจ้าของธนาคารเอง ซึ่งตามกฎหมายสถาบันการเงินมีข้อจำกัดที่เข้มงวดมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริหารยักย้ายถ่ายเทเงินฝากของลูกค้าไปใช้เอื้อประโยชน์ในธุรกิจส่วนตัว” 

ยิ่งไปกว่านั้น การตรวจสอบเชิงลึกยังพบความผิดปกติที่ร้ายแรงกว่าเดิม ซึ่งธนาคารกลางเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งฟ้องดำเนินคดีต่อหน่วยงานที่มีอำนาจต่อไป ทั้งนี้ การ์บาโยยังได้กล่าวโทษกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า “เป็นตัวเร่งที่ทำให้สถานะทางการเงินของธนาคารที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ต้องทรุดหนักลงจนนำไปสู่การถูกยึดกิจการ” 

อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางปารากวัยได้แต่งตั้งคณะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมกิจการแทนผู้บริหารชุดเดิม เพื่อเร่งประเมินและปกป้องสินทรัพย์ทั้งหมดของธนาคาร พร้อมเตรียมเดินหน้าสืบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายทางการเงินในครั้งนี้เพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป 

สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า

“กองทุนของธนาคารกลางจะให้การคุ้มครองเงินฝากแก่ลูกค้าแต่ละรายสูงสุดไม่เกิน 228 ล้านกวารานีปารากวัย (ราว 1.26 ล้านบาท) ซึ่งตามกฎหมายสถาบันการเงิน รัฐจะต้องจ่ายเงินเยียวยานี้คืนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน และสามารถขยายเวลาผ่อนผันออกไปได้อีกไม่เกิน 15 วันเท่านั้น” 

ธนาคารกลางปารากวัยยังไม่รับปากว่าจะจ่ายเงินคืนเต็มจำนวนให้แก่ผู้ฝากเงินรายใหญ่ แต่ระบุเพียงว่า “จะให้ความคุ้มครองสูงสุดเท่าที่จะทำได้” 

ขณะที่ กลาดิส เบรา ผู้จัดการฝ่ายการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญ (IPS) ชี้ว่า “การจะได้เงินฝากส่วนที่เกินกว่าวงเงินค้ำประกันคืนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในกระบวนการฟื้นฟูและการชำระบัญชีทรัพย์สินของธนาคาร” 

“ผู้รับบำนาญจะยังคงได้รับเงินประจำเดือนนี้ตามปกติ เนื่องจากเงินงวดดังกล่าวถูกเก็บไว้กับธนาคารอื่น...ทางกองทุนเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายเพื่อทวงคืนเงินลงทุนทั้งหมด และกำลังเร่งจัดหาธนาคารแห่งใหม่เพื่อรองรับผู้รับบำนาญจำนวน 32,000 รายที่ได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของ Ueno Bank ในครั้งนี้” เบรา บอกกับผู้สื่อข่าว 

(Photo by DANIEL DUARTE / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์