ทำเนียบเครมลินของรัสเซียส่งสัญญาณพร้อมรื้อฟื้นโต๊ะเจรจาสันติภาพ 3 ฝ่าย ร่วมกับสหรัฐฯ และยูเครน ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจาก ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้เปิดฉากหารือรอบพิเศษยาวนานกว่า 3 ชั่วโมงร่วมกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ที่ผ่านมา
การพบปะครั้งสำคัญที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในครั้งนี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่วิตคอฟฟ์เดินทางเข้าพบ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่ประเทศนอร์เวย์เมื่อวันอังคาร (20 ต.ค.) ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามผลักดันข้อเสนอต่างๆ เพื่อยุติสงครามในครั้งนี้
ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาระดับสูงของปูติน แถลงยืนยันหลังจบการประชุมว่า “ผู้นำรัสเซียไฟเขียวพร้อมกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาไตรภาคีตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยเป้าหมายสำคัญของเครมลินคือ ‘การร่วมวางกรอบความมั่นคงใหม่’ สำหรับทั้งสองประเทศหลังสิ้นสุดการสู้รบ” แต่ทางรัสเซียยังคงปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อเรียกร้องต่างๆ ในเวลานี้
“การเปิดโต๊ะเจรจาไตรภาคีรอบถัดไป มีความเป็นไปได้สูงที่จะจัดขึ้น ณ กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)”
— อูชาคอฟ เปิดเผยผ่าน ‘Russia 24’ สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซีย
ประธานาธิบดีเซเลนสกีเปิดเผยเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ว่า เขาต้องการให้การประชุมนี้เกิดขึ้น ‘อย่างช้าที่สุดไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายน’ “รัสเซียเคยพูดหลายครั้งว่าพร้อมสำหรับการประชุม แต่หลังจากนั้นสิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนไปและถูกยกเลิก เรามารอดูกันว่าครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้น”
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการพบปะดังกล่าว พร้อมระบุว่า “ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าผลักดันนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่ต้องการยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนโดยเร็ว”
ด้านวิตคอฟฟ์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X หลังจบการประชุมเมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) โดยระบุว่า “การหารือทั้งกับปูตินและเซเลนสกีเป็นไปอย่าง ‘สร้างสรรค์’ และการพูดคุยจะดำเนินต่อไปในการเจรจาแบบไตรภาคี”
รายงานสรุปเผยว่า “วิตคอฟฟ์ และ จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ได้ร่วมกันเสนอให้มีการจัดการประชุมไตรภาคีขึ้น” ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว “ได้รับการตอบรับจากฝั่งยูเครนที่กรุงออสโลเมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) และได้รับการตอบรับจากฝั่งรัสเซียที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในวันนี้ (22 ต.ค.)”
ทว่า แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มการเจรจาในอนาคต แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ว่ารัสเซียจะยอมถอยออกจากข้อเรียกร้องขั้นสูงสุดของตัวเองเลย เนื่องจากข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ของรัสเซียนั้นแทบจะเท่ากับการประกาศชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเรียกร้องให้ยูเครนยอมสละพื้นที่ทั้งหมดในภูมิภาคดอนบาส (Donbas) ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกรัสเซียส่งกองทัพเข้ายึดครองไว้แล้ว นอกจากนี้ รัฐบาลรัสเซียยังเรียกร้องให้ยูเครนลดขนาดกองทัพลงอย่างมหาศาล พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า “จะไม่มีวันเข้าร่วมกับองค์การนาโต (NATO)”
“ในการเจรจารอบล่าสุด ปูตินได้แสดงความสนใจที่จะฟื้นฟูความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกับสหรัฐฯ อีกครั้ง พร้อมทั้งเปิดกว้างถึงความเป็นไปได้ในการจัดประชุมร่วมกับประเทศจีนเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในยูเครน”
— รายงานข่าวระบุ
ท่าทีที่อ่อนลงของรัสเซียในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์เริ่มขยับขับเคลื่อนนโยบายผ่อนปรน ด้วยการยอมยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนให้แก่รัสเซีย ตลอดจนการเดินหน้าทำข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันดีเซลก่อนหน้านี้
(Photo by MANDEL NGAN / AFP)





