ม็อบหุ่นยนต์ประมาณ 30 ตัวรวมตัวประท้วงที่หน้ากระทรวงกิจการดิจิทัลของโปแลนด์เมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม AI และการใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม
“สังคมจำเป็นต้องหันมาถกเถียงกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีเหล่านี้ที่มีต่อการแย่งงานของมนุษย์”
— กแชกอช กูลิช ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ประธานบริษัทจัดหางาน ‘Weegree’ ในโปแลนด์ และหัวหน้ากลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม ‘Democratism’ กล่าว
ในขณะที่ กชึชตอฟ กาฟคอฟสกี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการดิจิทัล ออกมาพบกลุ่มผู้ประท้วงด้วยตัวเอง พร้อมชี้แจงว่า “ทางกระทรวงกำลังเร่งร่างกฎระเบียบเพื่อควบคุมเรื่องนี้อยู่” แต่ทางฝั่งผู้จัดงานกลับแย้งว่า “แผนกฎหมายที่รัฐสภากำลังพิจารณาอยู่ในปัจจุบัน ยังมีมาตรการปกป้องและดูแลผู้ใช้แรงงานที่ไม่เพียงพอ”
“เราต้องการข้อบังคับ เราต้องการกฎเกณฑ์ เราต้องการกฎหมาย...อย่ารอช้า ควบคุม AI ได้แล้ว เพื่อปกป้องคนทำงาน” ม็อบหุ่นยนต์ส่งเสียง พร้อมโบกธงชาติโปแลนด์
“กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเตือนให้สังคมรีบเปิดเวทีถกเถียงและออกกฎหมายควบคุม AI ก่อนที่ระบบอัตโนมัติจะเข้ามาส่งผลกระทบต่อการจ้างงานไปมากกว่านี้ ในอนาคต เทคโนโลยีนี้อาจสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับคนบางกลุ่ม แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะมีคนอีกมากที่ต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนสายงานไปอย่างสิ้นเชิง”
— กลุ่ม Democratism ซึ่งเป็นผู้จัดม็อบหุ่นยนต์ประท้วง ระบุ
กูลิช หัวหน้าผู้จัดงานม็อบหุ่นยนต์ประท้วง กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นคนส่งหุ่นยนต์เหล่านี้ออกไปใช้งาน แต่เราก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนกัน และเรามีความกังวลมากมายว่า ถ้าหากเราไม่ควบคุมเรื่องนี้ ในไม่ช้า เราจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งจะไม่มีมนุษย์คนไหนรับมือได้เลย”
“พวกเรามักจะถกเถียงกันอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับผลกระทบของกลุ่มผู้อพยพที่มีต่อสังคมของเรา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ‘ผู้อพยพ’ กลุ่มใหญ่ที่สุดกำลังจะเดินทางมาถึง ผ่านทางสายเคเบิลใต้ทะเลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในรูปแบบของระบบ AI หรือไม่ก็มาในรูปแบบของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าจากประเทศจีนต่างหาก”
— กูลิช กล่าวเตือน
กาฟคอฟสกี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการดิจิทัล กล่าวกับกลุ่มผู้จัดงานว่า “เป้าหมายของกระทรวงนั้นสอดคล้องกับข้อกังวลของผู้ประท้วง...มนุษย์ต้องมาก่อน และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรา”
นอกจากนี้ ทางกระทรวงยังประกาศแผนการจัดตั้งคณะกรรมการด้านการพัฒนาและความปลอดภัยของ AI รวมถึงการเตรียมนำระบบที่เรียกว่า ‘กระบะทรายทดสอบ’ (Sandboxes) มาใช้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ สามารถเข้ามาทดลองใช้ระบบ AI ในพื้นที่ควบคุมเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่จะนำไปเปิดใช้งานจริงในวงกว้าง
แต่ กูลิช เผยกับสำนักข่าว Gazeta.pl ว่า “ร่างกฎหมายเกี่ยวกับระบบ AI ที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของสภาล่าง (Sejm) ของโปแลนด์ในขณะนี้ ยังมีมาตรการปกป้องในทางปฏิบัติที่น้อยเกินไปสำหรับกลุ่มคนทำงานที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของ AI”
(Photo by SERGEI GAPON / AFP)





