รัสเซียประกาศ ‘สั่งห้าม’ ส่งออกน้ำมันดีเซลโดยสิ้นเชิงแล้ว หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นหลายแห่งจนน้ำมันในประเทศขาดแคลนอย่างหนัก ซ้ำเติมตลาดพลังงานโลกที่กำลังระส่ำจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ได้ประกาศคำสั่งห้ามดังกล่าวระหว่างการประชุมผ่านสถานีโทรทัศน์ร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน พร้อมระบุว่า “การตัดสินใจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณการจัดส่งเชื้อเพลิงป้อนเข้าสู่ตลาดภายในประเทศก่อน”
“ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้บังคับใช้มาตรการสั่งห้ามส่งออกเพียงบางส่วน ซึ่งจำกัดไม่ให้กลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ผลิต เช่น บรรดาพ่อค้าน้ำมัน สามารถขายน้ำมันดีเซลไปต่างประเทศได้ แต่คำสั่งแบนรอบล่าสุดเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ที่ผ่านมา ได้ขยายครอบคลุมไปถึงกลุ่มโรงกลั่นและผู้ผลิตด้วย ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดประตูตายห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของทั้งตลาดโดยสิ้นเชิง”
— นาตาเลีย โลซาดา นักวิเคราะห์อาวุโสด้านผลิตภัณฑ์น้ำมันจากบริษัท Energy Aspects เปิดเผยกับ CNN
แม้ในช่วงต้นสัปดาห์ โนวัคเพิ่งจะออกมาอ้างว่า “ตลาดในประเทศรัสเซียยังมีน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินอยู่เหลือเฟือ” แต่คำกล่าวอ้างนั้นกลับสวนทางกับความเป็นจริงที่มีภาพของรถยนต์และรถบรรทุกต่อคิวยาวเหยียดอยู่นอกสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งภาพความขาดแคลนนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่แท้จริงจากสงครามยูเครนที่ลากยาวมานานกว่า 4 ปี
บทวิเคราะห์ของสำนักข่าว CNN ในสัปดาห์นี้ระบุว่า “เกือบทั้งหมดจาก 83 ภูมิภาคของรัสเซีย กำลังประสบปัญหาน้ำมันเบนซินขาดแคลน และระบบขนส่งหยุดชะงัก จนปั๊มน้ำมันหลายแห่งต้องจำกัดปริมาณการขาย และเริ่มมีเหตุกระทบกระทั่งกันของลูกค้าที่มารอคิว” ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า “ประชาชนบางส่วนต้องทนเข้าคิวยาวนานถึง 18 ชั่วโมงเพื่อรอเติมน้ำมัน”
“สถานการณ์ค่อนข้างแย่ทีเดียว” โลซาดากล่าวถึงผลกระทบในระดับโลกจากคำสั่งแบนส่งออกครั้งนี้ “เพราะในอีกด้านหนึ่ง เรายังมีวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังเคลียร์กันไม่จบ และเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ยังคงถูกจำกัดอยู่”
ด้าน เดวิน โทนยัน นักวิเคราะห์วิจัยอาวุโสจาก Kpler ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ที่ผ่านมาว่า “คำสั่งแบนของรัสเซียครั้งนี้กลายเป็นแรงผลักดันระลอกใหม่ที่ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้น ประจวบเหมาะกับการกลับมาสู้รบกันอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน”
อย่างไรก็ตาม โทนยันตั้งข้อสังเกตว่า “แม้การโจมตีของยูเครนจะบีบให้ยอดส่งออกดีเซลของรัสเซียลดลงไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่มาตรการแบนส่งออกนี้น่าจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น เพราะรัสเซียคงไม่ยอมทนแบกรับความเสียหายจากการสูญเสียรายได้ขายน้ำมันมหาศาลในระยะยาว”
(Photo by AFP)





