ทางการรัสเซียแจ้งต่อองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันอังคาร (6 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า “ไม่พบผู้ป่วยกาฬโรคในเมืองอีร์คุตสค์แถบไซบีเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยกาฬโรครายหนึ่งเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อน” ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า “วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเขายังคงเป็นปกติ และแทบไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากเหตุการณ์นี้เลย”
ก่อนหน้านี้ ทางการมอสโกได้แจ้งต่อ WHO ว่า “เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่า กาฬโรคปอด (pneumonic plague) คือสาเหตุการเสียชีวิตของเธอหรือไม่” ซึ่งการชี้แจงนี้เป็นไปตามกฎอนามัยระหว่างประเทศที่กำหนดให้รัสเซียต้องตอบกลับคำขอข้อมูลของ WHO ภายใน 24 ชั่วโมง
คริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยคำชี้แจงอย่างเป็นทางการของรัสเซียระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงเจนีวา โดยทางการรัสเซียยืนยันว่า “ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโรคอันตรายในเมืองอีร์คุตสค์แต่อย่างใด” นอกจากนี้ รัสเซียยังระบุว่า “ได้ติดตามตัวกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่แล็บที่เสียชีวิตมาตรวจหาเชื้อหมดแล้ว ซึ่งผลตรวจกลุ่มโรคติดต่ออันตรายทั้งหมดออกมา ‘เป็นลบ’”
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Reuters รายงานว่า “ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวหมายความรวมถึงผลตรวจของตัวผู้เสียชีวิตด้วยหรือไม่ และสามารถตัดประเด็นเรื่องกาฬโรคออกไปได้ 100% แล้วหรือยัง” ขณะที่ผู้แทนทางการทูตของรัสเซียประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ยัง ‘ปฏิเสธ’ ที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมในตอนนี้
“ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ไม่มีรายงานการพบโรคติดต่อใด ๆ ในหมู่เจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยกาฬโรคแห่งเดียวกันนี้ในเมืองอีร์คุตสค์ และการตรวจหาเชื้ออย่างละเอียดก็ไม่พบจุลชีพใด ๆ ในร่างกายของ ดาเรีย ชิปิโลวา เจ้าหน้าที่เทคนิคห้องแล็บวัย 28 ปี ผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับงานของเธอ”
— ‘Rospotrebnadzor’ หน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุขและคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐบาลรัสเซีย ระบุในแถลงการณ์เช่นกัน
“รัฐบาลได้จัดตั้งและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเต็มรูปแบบในทันที ซึ่งครอบคลุมทุกด้านและเป็นไปตามกฎหมายสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด” หน่วยงาน ‘Rospotrebnadzor’ ระบุ ขณะเดียวกัน WHO ก็เผยว่า “โอกาสที่กาฬโรคจะแพร่ระบาดสู่ประชาชนทั่วไปยังคงอยู่ใน ‘ระดับต่ำ’”
(Photo by Natalia KOLESNIKOVA / AFP)





