จริงๆ แล้วพืชก็มีเสียงเหมือนกัน
การศึกษาใหม่พบว่า จริงๆ แล้วพืชสามารถส่งเสียงที่หูของมนุษย์ไม่สามารถตรวจจับได้ และพวกมันจะส่งเสียงดังมากขึ้นเมื่อกระหายน้ำหรืออยู่ภายใต้ความเครียด โดยงานวิจัยนี้สั่นคลอนสิ่งที่นักพฤกษศาสตร์คิดว่าพืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่เงียบเป็นส่วนใหญ่“มีสิ่งมีชีวิตมากมายที่ตอบสนองต่อเสียง ฉันคิดว่าไม่มีเหตุผลที่ดีที่พืชจะหูหนวกและเป็นใบ้” ลิลัค ฮาดานีศาสตราจารย์จาก School of Plant Sciences and Food Security และหัวหน้าโครงการของ George S. Wise Faculty กล่าว
ฮาดานีได้บันทึกเสียงโดยใช้ไมโครโฟนอัลตราโซนิก คือ ต้นกระบองเพชรในห้องทดลองของเธอเมื่อ 6 ปีที่แล้ว แต่เธอไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเสียงที่เธอตรวจพบนั้นเกิดจากสิ่งอื่นในสิ่งแวดล้อม เพราะ การศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าพืชทำให้เกิดการสั่นสะเทือน แต่ไม่ทราบว่าการสั่นสะเทือนเหล่านี้กลายเป็นคลื่นเสียงในอากาศหรือไม่?
นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ลองวางต้นยาสูบและมะเขือเทศไว้ในกล่องที่ติดตั้งไมโครโฟนอัลตราโซนิก โดยบันทึกเสียงที่ความถี่ระหว่าง 20-250 กิโลเฮิรตซ์ (ความถี่สูงสุดที่หูของมนุษย์โตเต็มวัยสามารถตรวจจับได้คือประมาณ 16 กิโลเฮิรตซ์) ซึ่งต้นไม้บางชนิดถูกตัดลำต้นหรือไม่ได้รดน้ำเป็นเวลา 5 วัน
ทีมงานพบว่าต้นไม้เปล่งเสียงที่ความถี่ 40-80 กิโลเฮิรตซ์ และเมื่อแปลงเป็นความถี่ที่มนุษย์สามารถได้ยินได้ เสียงจะคล้ายกับป๊อปคอร์นที่กำลังระเบิดตัวอยู่หรือเสียงกดบับเบิ้ลแรป (พลาสติกกันกระแทก) โดยต้นไม้ที่มีความเครียดจะส่งเสียงป๊อปคอร์นหรือเสียงคลิกประมาณ 30-50 ครั้งต่อชั่วโมง แต่ต้นไม้ที่ไม่มีความเครียดจะส่งเสียงน้อยกว่ามากประมาณ 1 ครั้งต่อชั่วโมง “เมื่อมะเขือเทศไม่เครียดเลย พวกมันก็จะเงียบมาก” ฮาดานี กล่าว
แล้วพืชสื่อสารได้หรือไม่?

นักวิจัยไม่ทราบแน่ชัดว่าเสียงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่พวกเขาเชื่อว่าเสียงดังกล่าวมาจากโพรงอากาศ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ฟองอากาศในคอลัมน์น้ำยุบตัวลงภายใต้แรงกดดันทำให้เกิดเสียงคลิกหรือป๊อปขึ้นมา
“ผลลัพธ์นี้เสริมสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อความเครียด…พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตอบสนองและมีพฤติกรรมที่ซับซ้อน…เราไม่ควรตีความว่าพืชมีการสื่อสารอย่างแข็งขันด้วยการส่งเสียง” ริชาร์ด คาร์บัน ศาสตราจารย์ด้านกีฏวิทยามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว
“ในขณะที่เสียงของพืชเป็นปรากฏการณ์แบบ ‘passive phenomenon’ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาจสามารถใช้สัญญาณเสียงของพืชเพื่อประโยชน์ของตัวเองได้” แดเนียล โรเบิร์ต นักนิเวศวิทยาทางประสาทสัมผัส ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยบริสตอลในสหราชอาณาจักรกล่าว
“ตัวอย่างเช่น เสียงดังกล่าวสามารถบ่งบอกถึงข้อความถึงผีเสื้อตัวเมียว่าต้นมะเขือเทศต้นหนึ่งกำลังเครียดและไม่เหมาะที่จะวางไข่หรือกินอาหาร”
“เสียงมากมายในโลกถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช่สัญญาณที่ตั้งใจ แต่ถึงกระนั้นสิ่งมีชีวิตอื่นก็สามารถได้ยินและนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของพวกมันเอง ดังนั้น แนวคิดของการสื่อสารจึงเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง…” แดเนียล กล่าวเสริม
“ผลลัพธ์นี้เสริมสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อความเครียด…พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตอบสนองและมีพฤติกรรมที่ซับซ้อน…เราไม่ควรตีความว่าพืชมีการสื่อสารอย่างแข็งขันด้วยการส่งเสียง” ริชาร์ด คาร์บัน ศาสตราจารย์ด้านกีฏวิทยามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว
“ในขณะที่เสียงของพืชเป็นปรากฏการณ์แบบ ‘passive phenomenon’ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาจสามารถใช้สัญญาณเสียงของพืชเพื่อประโยชน์ของตัวเองได้” แดเนียล โรเบิร์ต นักนิเวศวิทยาทางประสาทสัมผัส ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยบริสตอลในสหราชอาณาจักรกล่าว
“ตัวอย่างเช่น เสียงดังกล่าวสามารถบ่งบอกถึงข้อความถึงผีเสื้อตัวเมียว่าต้นมะเขือเทศต้นหนึ่งกำลังเครียดและไม่เหมาะที่จะวางไข่หรือกินอาหาร”
“เสียงมากมายในโลกถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช่สัญญาณที่ตั้งใจ แต่ถึงกระนั้นสิ่งมีชีวิตอื่นก็สามารถได้ยินและนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของพวกมันเอง ดังนั้น แนวคิดของการสื่อสารจึงเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง…” แดเนียล กล่าวเสริม
สิ่งมีชีวิตชนิดไหนที่ใช้ประโยชน์จากการฟังเสียงของพืช?

นอกจากนี้ ทีมวิจัยได้ทำการทดลองซ้ำกับต้นยาสูบและมะเขือเทศในสภาพแวดล้อมเรือนกระจกที่มีเสียงดัง โดยนักวิจัยได้สร้างอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องที่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างพืชที่ไม่เครียด พืชกระหายน้ำ และพืชที่ถูกตัดลำต้น
ในขณะเดียวกันนักวิจัยก็ยังบันทึกเสียงที่เกิดจากพืชชนิดอื่นๆ ที่หลากหลาย เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด กระบองเพชร และองุ่น โดยพบว่าพวกมันเปล่งเสียงได้มากกว่าเวลาที่มันเครียด
“เช่นเดียวกับแมลงหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาจตรวจจับและใช้เสียงของพืช…พืชชนิดอื่นๆ ก็สามารถฟังและได้รับประโยชน์จากการฟังเสียงได้เช่นกัน” โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้ของฮาดานี และสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมพบว่าพืชเพิ่มความเข้มข้นของน้ำตาลในน้ำหวานเมื่อได้ยินเสียงของแมลงผสมเกสร
ในขณะเดียวกันนักวิจัยก็ยังบันทึกเสียงที่เกิดจากพืชชนิดอื่นๆ ที่หลากหลาย เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด กระบองเพชร และองุ่น โดยพบว่าพวกมันเปล่งเสียงได้มากกว่าเวลาที่มันเครียด
“เช่นเดียวกับแมลงหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาจตรวจจับและใช้เสียงของพืช…พืชชนิดอื่นๆ ก็สามารถฟังและได้รับประโยชน์จากการฟังเสียงได้เช่นกัน” โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้ของฮาดานี และสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมพบว่าพืชเพิ่มความเข้มข้นของน้ำตาลในน้ำหวานเมื่อได้ยินเสียงของแมลงผสมเกสร