ธารน้ำแข็งแอลป์วิกฤตละลายเร็วสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์

29 มิ.ย. 2569 - 10:57

  • คาดหิมะและน้ำแข็งที่สะสมในฤดูหนาวของสวิตเซอร์แลนด์จะละลายหมดภายในวันจันทร์ ถือเป็น "วันสูญเสียธารน้ำแข็ง" ที่เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์

  • ปริมาตรธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์หดตัวลง 38% ระหว่างปี 2000-2024 และปีนี้มีหิมะทดแทนพื้นผิวน้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 25%

  • หากอุณหภูมิโลกยังคงสูงขึ้นในอัตราเดิม ภายในปี 2100 ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์จะเหลือเพียงเศษซากเล็กน้อยเท่านั้น

ธารน้ำแข็งแอลป์วิกฤตละลายเร็วสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์

ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์กำลังเผชิญวิกฤตครั้งร้ายแรง หลัง "คลื่นความร้อน" ที่โหมกระหน่ำยุโรปทำให้หิมะและน้ำแข็งที่สะสมตลอดฤดูหนาวละลายหมดสิ้นภายในวันจันทร์ ซึ่งนับเป็น "วันสูญเสียธารน้ำแข็ง" (Glacier Loss Day) ที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 เท่าที่เคยบันทึกมา โดยครั้งเดียวที่เกิดเร็วกว่านี้คือวันที่ 26 มิถุนายน 2022 มาทธีอัส ฮุสส์ หัวหน้าเครือข่าย GLAMOS หน่วยงานติดตามธารน้ำแข็งสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยข้อมูลนี้กับสำนักข่าวต่างประเทศ

Glaciologist Matthias Huss standing next to the Rhone Glacier above Gletsch, in the Swiss Alps
Glaciologist Matthias Huss standing next to the Rhone Glacier above Gletsch, in the Swiss Alps

น้ำแข็งละลาย 1 เมตรใน 10 วัน

ฮุสส์ระบุว่าเพิ่งเดินทางกลับจากธารน้ำแข็งโรน (Rhone Glacier) และพบว่าในช่วง 10 วันที่ผ่านมา น้ำแข็งละลายในแนวตั้งลึกถึง 1 เมตร พร้อมระบุว่า "เราเห็นการละลายของน้ำแข็งและหิมะในอัตรามหาศาลทั่วทั้งเทือกเขาแอลป์ เร็วกว่าสภาวะปกติถึง 3 เดือน" โดยในศตวรรษนี้ วันสูญเสียธารน้ำแข็งโดยเฉลี่ยมักตรงกับกลางเดือนสิงหาคม

ปัจจัยซ้ำเติมจากหลายทิศทาง

ฮุสส์อธิบายว่าสถานการณ์เลวร้ายลงจากการรวมตัวของหลายปัจจัย ได้แก่ ปริมาณหิมะที่ตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2010-2020 ถึง 25% คลื่นความร้อนสองระลอกในช่วงเดือนพฤษภาคมและปัจจุบัน รวมถึงฝุ่นจากทะเลทรายซาฮาราที่พัดมาในเดือนมีนาคม เมื่อหิมะสีขาวที่ทำหน้าที่สะท้อนแสงละลายหมด พื้นผิวน้ำแข็งสีเทาที่ดูดซับรังสีได้มากกว่าจะถูกเปิดเผย ส่งผลให้การละลายเร่งตัวเป็นวงจรต่อเนื่อง

The Rhone Glacier in July 2015 (top) and September 2024 (bottom)
The Rhone Glacier in July 2015 (top) and September 2024 (bottom)

ธารน้ำแข็งสูญหายแล้ว 1,200 แห่งในรอบ 50 ปี

ข้อมูลจาก GLAMOS ระบุว่าปริมาตรธารน้ำแข็งทั้งหมดในสวิตเซอร์แลนด์หดตัวลง 38% ระหว่างปี 2000-2024 และในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์สูญเสียธารน้ำแข็งไปแล้ว 1,200 แห่ง เหลือเพียง 1,300 แห่ง ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแม่น้ำสายหลักของยุโรปอย่างไรน์และโรน ซึ่งได้รับน้ำต้นทางส่วนใหญ่จากบริเวณนี้

Huss and colleagues on the Gries glacier in 2022
Huss and colleagues on the Gries glacier in 2022

อนาคตมืดหากไม่หยุดโลกร้อน

ฮุสส์เตือนว่าหากอุณหภูมิโลกยังคงสูงขึ้นในอัตราเดียวกับทศวรรษที่ผ่านมา ภายในปี 2100 ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์จะเหลือเพียงเศษซากเล็กน้อย พร้อมระบุว่าปี 2026 นี้มีความคล้ายคลึงกับปี 2022 ซึ่งเป็นปีที่มีการละลายรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกในประวัติศาสตร์ของเทือกเขาแอลป์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์