สำนักข่าว Radio Taiwan International (Rti) ของไต้หวันรายงานว่า ทีมสืบสวนคดีอาชญากรรมเกาสง สังกัดหน่วยยามฝั่งไต้หวันเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับเบาะแสว่า “มีชาวต่างชาติพยายามลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในไต้หวัน ด้วยการซุกซ่อนไว้ในสัมภาระหรือภายในร่างกาย”
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงเข้าตรวจค้น และจับกุมนางสาวเอ (นามสมมุติ) หญิงชาวไทยรายหนึ่งได้ที่สนามบินนานาชาติเกาสง เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ในข้อหาลักลอบนำเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 เข้ามาในไต้หวัน
“นางสาวเอใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในร่างกาย เพื่อลักลอบขนเข้ามาในไต้หวัน ด้วยการกลืนแคปซูลเฮโรอีนทรงรีจำนวน 72 เม็ด น้ำหนักรวม 289.1 กรัม มูลค่าประมาณ 3.6 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 3.7 ล้านบาท) เข้าสู่ร่างกาย”
— ทีมสืบสวนเกาสง ระบุ
แคปซูลทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกและปิดผนึกอย่างแน่นหนา หากชั้นห่อหุ้มด้านนอกถูกกรดในกระเพาะอาหารกัดกร่อนจนละลาย อาจทำให้ยาเสพติดรั่วไหลเข้าสู่ร่างกายและเป็นอันตรายถึงแก่เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า “ถือเป็นวิธีการลักลอบขนยาที่มีความเสี่ยงสูงมาก”
หลังจากที่นางสาวเอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้ให้ยาเพื่อช่วยให้เธอขับถ่ายยาเสพติดออกมาตามธรรมชาติ โดยใช้เวลานานถึง 10 วัน จึงจะสามารถขับถ่ายยาเสพติดออกจากร่างกายได้หมด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการยังต้องเฝ้าระวังและควบคุมดูแลนางสาวเออย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากนางสาวเอเป็นครูสอนมวยไทย มีพละกำลังและสมรรถภาพทางร่างกายเหนือกว่าคนทั่วไป
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวนางสาวเอดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ก่อนที่สำนักงานอัยการเกาสงจะสรุปสำนวนและยื่นฟ้องต่อศาล ขณะที่ศาลมีคำสั่งฝากขังนางสาวเอไว้ระหว่างดำเนินคดี
ที่มา : สำนักข่าว Radio Taiwan International (Rti) ของไต้หวัน





