ทรัมป์สั่ง ‘ระงับ’ คว่ำบาตรรัสเซียฉบับใหม่ หวังตรึงราคาน้ำมันดึงคะแนนเลือกตั้งกลางเทอม

17 ต.ค. 2569 - 18:06

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งบริหาร ‘ระงับ’ มาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียรอบใหม่ ทั้งที่มาตรการดังกล่าวได้รับการลงนามเป็นกฎหมายไปเมื่อเดือนก่อน และกำลังจะมีผลบังคับใช้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

  • ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางขัดแย้งกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตอกย้ำถึงรอยร้าวในจุดยืนของสหรัฐฯ ที่ส่อแววจะลดการสนับสนุนยูเครน

  • การสั่งระงับคว่ำบาตรของทรัมป์ ซึ่งเป็นการช่วยเติมเงินเข้าคลังของรัสเซีย ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด จากทั้งนักการเมืองฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกันในสหรัฐฯ ทันทีเมื่อค่ำวันศุกร์ (16 ต.ค.) ที่ผ่านมา

ทรัมป์สั่ง ‘ระงับ’ คว่ำบาตรรัสเซียฉบับใหม่ หวังตรึงราคาน้ำมันดึงคะแนนเลือกตั้งกลางเทอม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันศุกร์ (16 ต.ค.) เพื่อระงับมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียรอบใหม่ ทั้งที่มาตรการดังกล่าวได้รับการลงนามเป็นกฎหมายไปเมื่อเดือนก่อน และกำลังจะมีผลบังคับใช้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตอกย้ำถึงรอยร้าวในจุดยืนของสหรัฐฯ ที่ส่อแววจะลดการสนับสนุนยูเครนในสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมานานถึง 4 ปี ซึ่งสถานการณ์นี้กำลังสร้างความหวาดวิตกอย่างรุนแรงให้กับกลุ่มพันธมิตรในยุโรป   

สหรัฐฯ ได้กดดันยูเครนอย่างหนักให้หยุดโจมตีคลังน้ำมันรัสเซีย เพื่อหวังลดราคาน้ำมันดิบโลกก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ แม้ยูเครนจะยอมทำตามในช่วงสั้น ๆ แต่สุดท้ายก็กลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง เนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียยังคงระดมยิงถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของยูเครนอย่างไม่หยุดยั้ง 

อย่างไรก็ตาม การสั่งระงับคว่ำบาตรของทรัมป์ ซึ่งเป็นการช่วยเติมเงินเข้าคลังของรัสเซีย ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด จากทั้งนักการเมืองฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกันในสหรัฐฯ ทันทีเมื่อค่ำวันศุกร์ (16 ต.ค.) ที่ผ่านมา 

การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้กฎหมายขึ้นภาษีนำเข้า 100% ถูก ‘ระงับ’ ไว้ก่อน ซึ่งเดิมทีกฎหมายฉบับนี้มุ่งเป้าจัดเก็บภาษีกับสินค้าจาก 5 ประเทศที่นำเข้าพลังงานรายใหญ่จากรัสเซีย เพื่อตัดช่องทางรายได้หลักที่รัสเซียใช้เป็นทุนในการทำสงคราม 

“ผมได้ยื่นหนังสือรับรองต่อสภาคองเกรสแล้วว่า การออกข้อยกเว้นดังกล่าวในเวลานี้ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ” ทรัมป์ กล่าว 

คำสั่งฉบับนี้ไม่ได้ระบุเหตุผลแน่ชัดว่า “การตัดสินใจดังกล่าวจะช่วยรักษาผลประโยชน์แห่งชาติได้อย่างไร โดยระบุเพียงว่า ข้อยกเว้นนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป จนกว่ารัฐบาลทรัมป์จะเห็นสมควรให้ ‘ดำเนินการขั้นต่อไป’” 

มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวถูกบรรจุไว้ใน ‘กฎหมายเกรแฮม’ (Graham Act) เพื่อเป็นเกียรติแก่ ลินด์เซย์ เกรแฮม อดีตสมาชิกวุฒิสภาผู้มีจุดยืนต่อต้านรัสเซียอย่างแข็งกร้าว ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน คิริล ดมิทรีเยฟ หัวหน้ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซีย ก็ได้โพสต์ข้อความผ่าน X เพื่อแสดงความยินดีต่อการ ‘ระงับ’ มาตรการนี้ โดยยกย่องว่าเป็น “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างแท้จริง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ จะส่งผลดีต่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ” 

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ ได้ออกมาประณามการระงับมาตรการดังกล่าว โดย เอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต กล่าวหาว่า “นี่คือความล้มเหลวในการเป็นผู้นำที่น่าอดสูและเป็นไปตามที่หลายคนคาดไว้ไม่มีผิด ที่ผ่านมาทั้งสองพรรคในสภาต่างจับมือกันสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่” พร้อมทั้งหยิบยกประเด็นที่ว่า ยูเครนได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทั้งสองพรรคการเมืองในสภา 

ดอน เบคอน สส. จากพรรครีพับลิกัน วิจารณ์ว่า “สิ่งที่ทรัมป์ทำคือการทำให้สงครามยืดเยื้อ แทนที่จะช่วยยุติสงคราม” 

ด้าน ดอน เบเยอร์ สส.รัฐเวอร์จิเนีย โพสต์ข้อความผ่าน X โจมตีการตัดสินใจนี้ว่า “เป็นการยอมสยบต่อปูติน ซึ่งไม่เพียงแต่จะทรยศต่อพันธมิตรอย่างยูเครนเท่านั้น แต่ยังจงใจขัดขวางเจตนารมณ์ของสภาคองเกรสที่ต้องการใช้กฎหมายนี้ลงโทษรัสเซียจากการทำสงครามรุกรานที่ผิดกฎหมาย”

“การระงับคว่ำบาตรครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความมั่นคงของสหรัฐฯ เลย แต่มันคือการพยายามประจบเอาใจ วลาดิเมียร์ ปูติน ล้วน ๆ” 

— ริชาร์ด บลูเมนทัล วุฒิสมาชิกผู้ร่วมร่างกฎหมายฉบับนี้ โพสต์ข้อความตอกย้ำ

(Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์