กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประกาศว่า ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 นายในจอร์แดน และสูญหายอีก 1 นาย หลังจากการโจมตีของอิหร่าน
ก่อนการโจมตีในวันเสาร์ ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ จะต้องชดใช้สำหรับความ “พยายามยกระดับความขัดแย้ง”
กองบัญชาการกลางระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีทางอากาศเริ่มขึ้นเวลา 18.00 น. ตามเวลาภาคตะวันออก (05.00 น.) ตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
“การโจมตีมีจุดประสงค์เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ และลงโทษกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามที่โจมตีทหารอเมริกันในจอร์แดนเมื่อคืนที่ผ่านมา” แถลงการณ์ระบุโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานว่า สหรัฐฯ โจมตีใกล้เมืองซีริกทางตอนใต้ของอิหร่าน และเสริมว่า ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน
สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มการโจมตีกันอย่างหนักหน่วงนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ลงนามเมื่อเดือนที่แล้วล่มสลายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบขึ้นอีกครั้ง
กองบัญชาการกลางระบุว่า การเสียชีวิต 2 รายเกิดขึ้นในวันศุกร์ (17 ก.ค.) และทหารอเมริกันอีก 1 นายสูญหาย การประกาศดังกล่าวทำให้จำนวนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตนับตั้งแต่เริ่มสงครามเพิ่มขึ้นเป็น 16 นาย ขณะที่บาดเจ็บมากกว่า 420 นาย
ในแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรที่เผยแพร่ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของผู้นำสูงสุดของอิหร่านและสื่อของรัฐอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า การละเมิดข้อตกลงชั่วคราวซ้ำแล้วซ้ำเล่าของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ลายเซ็นของทรัมป์นั้น “ไร้ค่าและขาดความน่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง”
“ตอนนี้ศัตรูอเมริกากำลังพยายามยกระดับความขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายหนักขึ้นและความอัปยศอดสูยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาควรจะรู้ว่าชาติอิหร่านอันสูงส่งและแนวร่วมต่อต้านมีบทเรียนที่ไม่อาจลืมเลือนรอพวกเขาอยู่” แถลงการณ์ระบุ
อิหร่านโจมตีคูเวต บาห์เรน จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คูเวตถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพระบุว่า สกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน และมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและคนงานในอุตสาหกรรมน้ำมันได้รับบาดเจ็บขณะตอบโต้การโจมตี
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า โจมตีศูนย์สนับสนุนทางทหารของสหรัฐฯ ที่ค่ายอาริฟจานในคูเวต และทำลายสถานีเรดาร์ที่ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม ต่อมาบริษัทปิโตรเลียมคูเวตกล่าวว่า หนึ่งในโรงงานน้ำมันของตนถูกโจมตีหลายครั้งจากอิหร่าน ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
สื่ออิหร่านรายงานว่า นอกจากการโจมตีคูเวตแล้ว IRGC ยังกำหนดเป้าหมายไปยังสถานที่ในบาห์เรนซึ่งเครื่องบินรบของสหรัฐฯ กำลังรวมตัวกันอยู่ที่ฐานทัพอากาศเชค อิซา และศูนย์ข้อมูลข่าวกรอง
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านได้ทำลายเครื่องบินรบของสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำ และเครื่องบินอื่นๆ อีก 3 ลำ ในระหว่างการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองอัลอัซรัก ประเทศจอร์แดน
ระบบเตือนภัยล่วงหน้าของซาอุดีอาระเบียจ้งเตือนเมื่อเช้าวันเสาร์ เรียกร้องให้ชาวเมืองอัล-คาร์จ และยันบูหาที่พักพิง อัล-คาร์จ ทางตะวันออกของริยาด เป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารที่เป็นที่ตั้งของกองทหารสหรัฐฯ ในขณะที่ยานบู ในทะเลแดง มีคลังส่งออกน้ำมันที่สำคัญ
คน 2 คนที่ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้กล่าวว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นกับซาอุดีอาระเบียครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือน ได้กระตุ้นให้เกิดการแจ้งเตือนดังกล่าว อย่างไรก็ดี สื่อของรัฐซาอุดีอาระเบียไม่ได้ระบุสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการแจ้งเตือน
IRGC ไม่ได้กล่าวถึงการโจมตีซาอุดีอาระเบีย

การต่อสู้เพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายของอิหร่าน ได้แก่ สถานีสังเกตการณ์ โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหาร คลังเก็บอาวุธใต้ดิน และขีดความสามารถทางทะเล
การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บอีก 8 คน ในจังหวัดฮอร์โมซกันทางตอนใต้ ซึ่งติดกับช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สะพาน 2 แห่งและอุโมงค์ถนนได้รับความเสียหาย สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงาน
สำนักข่าว Fars ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากทางการจังหวัดว่า สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศเพิ่มเติมในจังหวัดเดียวกันในช่วงบ่ายวันเสาร์
กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า มีผู้เสียชีวิต 50 คน และบาดเจ็บมากกว่า 500 คน จากการโจมตีของสหรัฐฯ ในอิหร่านในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาว่า สหรัฐฯ พยายามควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก
ทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งเป้าไปที่การจราจรทางเรือ โดยสหรัฐฯ กล่าวว่า กำลังบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเล ขณะที่อิหร่านกล่าวว่า มุ่งเป้าไปที่เรือที่ละเมิดกฎการเดินเรือในช่องแคบ
สหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศอ่าวเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีและการแทรกแซงการเดินเรือทางทะเลทั้งหมดโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข และให้เปิดช่องแคบไว้โดยไม่มีเงื่อนไขหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามแถลงการณ์ร่วมที่รายงานโดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐซาอุดีอาระเบียเมื่อวันเสาร์
Photo by - / US CENTRAL COMMAND (CENTCOM) / AFP






