องค์การทางทะเลระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (IMO) ‘ระงับ’ ปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ‘เป็นการชั่วคราว’ เมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานเหตุเรือลำหนึ่งถูกโจมตี ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลอีกครั้งว่าข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไปได้หรือไม่
อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ IMO ระบุในแถลงการณ์ว่า “ทางองค์กรได้ตัดสินใจ ‘ระงับ’ การดำเนินงานเป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่า เส้นทางนี้ยังปลอดภัยจริง ๆ ทั้งสำหรับเรือในโครงการของเราและเรือลำอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้”
“เรือลำที่ถูกโจมตีนั้นไม่ได้อยู่ในโครงการอพยพขององค์กร โดยโครงการนี้เป็นทางเลือกแบบสมัครใจที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันอังคาร (23 มิ.ย.) เพื่อช่วยให้เรือและลูกเรือสามารถแล่นออกจากอ่าวเปอร์เซียได้อย่างปลอดภัยผ่าน 2 เส้นทาง คือ เส้นทางน่านน้ำอิหร่าน และเส้นทางน่านน้ำโอมาน ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ”
— แถลงการณ์ระบุ
บริษัท เอเวอร์กรีน มารีน ของไต้หวัน แถลงเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ว่า “เรือของบริษัทถูกโจมตีด้วย ‘วัตถุไม่ทราบชนิด’ ในพิกัดที่ใกล้กับประเทศโอมาน ขณะกำลังเดินเรือในเส้นทางที่หน่วยงานปฏิบัติการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) แนะนำ”
ก่อนหน้านี้ UKMTO ระบุว่า “เรือลำหนึ่งถูกวัตถุระเบิดโจมตี เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่รัฐบาลอิหร่านออกคำเตือนไม่ให้เรือต่างๆ ใช้เส้นทางที่อิหร่านยังไม่ได้อนุมัติ”
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 นายเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า“อิหร่านเป็นผู้ยิงโจมตีเรือลำดังกล่าว” ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลช่องแคบเปอร์เซียของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลอิหร่านจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการคำขอเดินเรือผ่านช่องแคบ ระบุว่า “เรือที่อยู่นอกเส้นทางที่กำหนดจะไม่ได้รับการรับประกันความปลอดภัยในการเดินทาง”
“ผลกระทบใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการเดินเรือผ่านเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต จะต้องเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของเรือ ผู้ให้บริการ และผู้บังคับการเรือ”
— หน่วยงานของอิหร่านระบุ
ด้านบริษัทเอเวอร์กรีนแถลงว่า “เรือ เอเวอร์ เลิฟลี่ ซึ่งติดธงสิงคโปร์ ถูกโจมตีบริเวณกราบขวาของเรือ และผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสียหายบริเวณกระจกห้องบังคับการเรือ แต่ลูกเรือ ตัวเรือ และสินค้าทั้งหมดปลอดภัยดี และเรือได้แล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยแล้ว” ทั้งนี้ แหล่งข่าวความมั่นคงระบุว่า “เรือลำนี้น่าจะตกเป็นเป้าหมายของโดรน”
ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการปิดฉากการเดินทางเยือนกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับข้อตกลงชั่วคราว ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “หากอิหร่านคุกคามหรือปิดกั้นเรือต่างๆ ในช่องแคบ เราคงมีปัญหากันแน่”
อย่างไรก็ดี อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่า ‘จะยังคงเดินหน้าแสดงอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบนี้ต่อไป’ โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) ว่า “การเดินทางผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในเส้นทางที่อิหร่านกำหนดเท่านั้น” พร้อมเสริมว่า “จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเรือที่ไม่ปฏิบัติตาม”
(Photo by AMIRHOSSEIN KHORGOOEI / ISNA / AFP)




