การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ครั้งนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาว่า พรรครีพับลิกันจะยังคงรักษาเก้าอี้เสียงข้างมากในสภาคองเกรสไว้ได้สำเร็จ หรือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะต้องเหนื่อยกับการบริหารงานในช่วง 2 ปีสุดท้าย ภายใต้สภาที่ถูกควบคุมโดยพรรคคู่แข่งอย่างเดโมแครต...
เนื่องด้วยวิกฤตค่าครองชีพ สงครามกับอิหร่าน และคะแนนนิยมที่ตกต่ำของทรัมป์ กลายเป็นปัจจัยหนุนให้พรรคเดโมแครตขยายฐานเสียงเข้าไปปักธงในหลายพื้นที่ จนเกิดการแข่งขันที่สูสีอย่างน่าเหลือเชื่อแม้แต่ในรัฐที่เป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของรีพับลิกัน
สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าพรรคเดโมแครตพลิกเกมกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากการคาดการณ์ของสื่อหลักในสหรัฐฯ เผยว่า “เดโมแครตจะกวาดเก้าอี้ไปได้ไม่ต่ำกว่า 225 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งเกินเกณฑ์ขั้นต่ำ 218 ที่นั่งสำหรับการคุมสภาอย่างเด็ดขาด”
ขณะเดียวกันก็มีรายงานการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการแล้วว่า “พรรคเดโมแครตคว้าไปแล้ว 118 ที่นั่ง ในขณะที่พรรครีพับลิกันตามหลังอยู่ที่ 67 ที่นั่ง ส่วนเก้าอี้ที่เหลือยังคงอยู่ระหว่างการทยอยนับคะแนนอย่างต่อเนื่อง”
ส่วนวุฒิสภา (สภาบน) พรรคเดโมแครตก็กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและมีลุ้นพลิกขั้วอำนาจเช่นกัน โดยล่าสุดเดโมแครตสามารถรักษาและแย่งชิงเก้าอี้รวมในมือไปได้แล้วถึง 46 ที่นั่ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการพลิกชนะและแย่งชิงพื้นที่ฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกันมาได้ถึง 2 รัฐใหญ่ ได้แก่ นอร์ทแคโรไลนา และเซาท์แคโรไลนา
ขณะที่พรรครีพับลิกันมีเก้าอี้รวมอยู่ในมือขณะนี้ 38 ที่นั่ง ส่งผลให้รีพับลิกันตกเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างหนักในการรักษาเสียงข้างมากเดิม (53 ต่อ 47 ที่นั่ง) และทำให้การบริหารงานในช่วง 2 ปีสุดท้ายของทรัมป์ ต้องเผชิญกับแรงต้านครั้งใหญ่จากสภาคองเกรสที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่การควบคุมของพรรคเดโมแครต
- นอร์ทแคโรไลนา : ศึกชิงเก้าอี้วุฒิสภาที่ว่างลงจากการเกษียณอายุของ ทอม ทิลลิส สมาชิกพรรครีพับลิกันสายวิจารณ์ทรัมป์ โดยเป็นการพบกันระหว่าง รอย คูเปอร์ อดีตผู้ว่าการรัฐจากเดโมแครต กับ ไมเคิล วัตลีย์ ตัวแทนจากรีพับลิกัน ซึ่งคะแนนนิยมในโพลที่นำห่างของคูเปอร์ทำให้ทั้งสองพรรคเริ่มโยกงบประมาณหาเสียงไปใช้ในพื้นที่อื่น แต่ผลลัพธ์ของรัฐนี้ยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่เดโมแครตจะพลาดไม่ได้
- เท็กซัส : เจมส์ ทาลาคิโก ผู้สมัครหน้าใหม่จากเดโมแครตสายคริสเตียนหัวก้าวหน้า ลงท้าชิงเก้าอี้กับ เคน แพักซ์ตัน อัยการสูงสุดของรัฐสายหนุนทรัมป์ ซึ่งสารพัดประเด็นอื้อฉาวของแพกซ์ตันกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนรัฐฐานเสียงรีพับลิกันที่เคยเหนียวแน่น ให้กลายเป็นสมรภูมิเลือกตั้งที่สูสีและน่าจับตาที่สุด อย่างไรก็ตาม แพกซ์ตันยังคงมีฐานเสียงอนุรักษนิยมที่เหนียวแน่นและได้รับการอุดหนุนเงินทุนมหาศาลจากกลุ่มการเมืองภายนอกสู้ศึกในครั้งนี้
- โอไฮโอ : ศึกชิงเก้าอี้สุดแพงที่ เชอร์รอด บราวน์ อดีตวุฒิสมาชิกเดโมแครต หวังคัมแบ็กทวงตำแหน่งคืนจาก จอน ฮุสเตด ตัวแทนรีพับลิกันที่ส้มหล่นได้รับแต่งตั้งแทน เจดี แวนซ์ ตอนไปเป็นรองประธานาธิบดี สนามนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าพิษเศรษฐกิจจะช่วยให้เดโมแครตพลิกเกมในรัฐที่เคยเอนเอียงไปทางขวาจัด (อนุรักษนิยม) รัฐนี้ได้หรือไม่
- เมน : ซูซาน คอลลินส์ วุฒิสมาชิกตัวเก๋าจากรีพับลิกัน ต้องเจอกับกระดูกชิ้นโตอย่าง ทรอย แจ็กสัน อดีตผู้นำสภาท้องถิ่นจากเดโมแครต โดยที่ผ่านมาคอลลินส์ขึ้นชื่อเรื่องความอึดที่รอดพ้นศึกเลือกตั้งหินๆ มาได้ตลอด แม้ว่ารัฐเมนจะเป็นรัฐที่ประชากรส่วนใหญ่ชอบโหวตเลือกประธานาธิบดีจากฝั่งเดโมแครตก็ตาม
- อลาสกา : แมรี เพลโทลา อดีต ส.ส.หญิงจากเดโมแครต ลงท้าชิงเก้าอี้กับ แดเนียล ซัลลิแวน เจ้าของตำแหน่งเดิมจากรีพับลิกัน แม้ว่าปกติแล้วรัฐอลาสกาจะเป็นฐานเสียงที่เหนียวแน่นของรีพับลิกันและมักจะเลือกทรัมป์มาตลอด แต่เพราะเพลโทลามีคะแนนนิยมส่วนตัวที่แรงมาก จึงทำให้การแข่งขันในรัฐนี้กลับมาสูสีดุเดือดเหนือความคาดหมาย
- ไอโอวา : การแข่งขันเพื่อเสียบแทนเก้าอี้ที่ว่างลงของ โจนี เอิร์นสต์ วุฒิสมาชิกรีพับลิกันที่ประกาศวางมือ โดยเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง แอชลีย์ ฮินสัน ส.ส.หญิงจากรีพับลิกัน และ จอช ทูเรก จากเดโมแครต ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียงที่ถูกครอบงำด้วยประเด็นร้อนแรงอย่างต้นทุนการเกษตรและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
- แคนซัส : แอดัม แฮมิลตัน ศิษยาภิบาล (นักบวช) จากเดโมแครต ลงท้าชิงเก้าอี้กับ โรเจอร์ มาร์แชลล์ จากรีพับลิกัน ในรัฐที่เดโมแครตไม่เคยชนะวุฒิสมาชิกเลยตั้งแต่ปี 1932 แต่ครั้งนี้โพลกลับสูสีมากจนทรัมป์ต้องรีบลงพื้นที่ช่วยมาร์แชลล์หาเสียงด้วยตัวเอง
- มิชิแกน : โอกาสทองของรีพับลิกันในการแย่งชิงเก้าอี้ที่ว่างลงจากการเกษียณของ แกรี ปีเตอร์ส วุฒิสมาชิกเดโมแครตเดิม ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง ไมค์ โรเจอร์ส อดีต ส.ส. รีพับลิกัน กับ อับดุล เอล-ซาเยด นักการเมืองสายก้าวหน้าจากเดโมแครต
- เขต 17 นิวยอร์ก : ไมค์ ลอว์เลอร์ ส.ส. จากรีพับลิกัน ต้องลงรักษาเก้าอี้กับ เคต คอนลีย จากเดโมแครต ในเขตลุ่มแม่น้ำฮัดสัน ซึ่งถือเป็นงานหินของฝั่งรีพับลิกัน เพราะเขตนี้ คามาลา แฮร์ริส เคยชนะไปได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2024
- เขต 2 เนแบรสกา : เมื่อ ดอน เบคอน ส.ส. รุ่นใหญ่ของพรรครีพับลิกันได้ประกาศเกษียณอายุและไม่ลงสมัครต่อ ทำให้เก้าอี้ตัวนี้ว่างลง พรรคเดโมแครตเห็นเป็นโอกาสดีจึงหวังจะส่งคนมาแย่งชิงเก้าอี้ตัวนี้ไป การแข่งขันในเขตนี้จึงดุเดือดมาก โดยเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง บรินเกอร์ ฮาร์ดิง จากพรรครีพับลิกัน และ เดนิส พาวเวลล์ จากพรรคเดโมแครต
- เพนซิลเวเนีย & นิวเจอร์ซีย์ : สมรภูมิสภาล่างที่น่าจับตาในเพนซิลเวเนีย เมื่อ ส.ส. เจ้าของพื้นที่เดิมจากรีพับลิกัน ทั้ง ไรอัน แมกเคนซี, ร็อบ เบรสนาฮัน และ สก็อตต์ เพอร์รี กำลังเจอเดโมแครตไล่บี้เก้าอี้อย่างหนัก เช่นเดียวกับเขต 7 ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่ง รีเบกกา เบนเนตต์ จากเดโมแครต ก็ลงท้าชิงเพื่อหวังล้มแชมป์เก่าอย่าง ทอม คีน จูเนียร์ จากรีพับลิกันเช่นกัน
- เขต 2 เวอร์จิเนีย : อีเลน ลูเรีย จากเดโมแครต ลงสู้ศึกหวังแก้มือเพื่อทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.เขตพื้นที่ชายฝั่ง หลังจากที่เธอเคยพ่ายแพ้และเสียตำแหน่งให้แก่ เจนนิเฟอร์ คิกแกนส์ จากรีพับลิกันไปในการเลือกตั้งเมื่อปี 2022
(Photo by JEFF KOWALSKY / AFP)





