สถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ได้เริ่มสร้างความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำฝ่ายค้านของอิสราเอล ซึ่งถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพแทนรัฐบาลฝ่ายขวาจัดของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึงช่วงปลายปีนี้ โดยอ้างถึงมุมมองที่แพร่หลายภายในรัฐบาลว่า เนทันยาฮูจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง
ตามรายงานของช่อง 12 เจ้าหน้าที่ภายในรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงบางคนที่รู้จักกันดีว่าใกล้ชิดกับเนทันยาฮู เริ่ม “ทดสอบสถานการณ์” กับบุคคลสำคัญในฝ่ายค้านที่มีชื่อถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีศักยภาพ
รายงานระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรี นาฟตาลี เบนเน็ตต์ และอดีตเสนาธิการทหาร กาดี ไอเซนคอต หัวหน้าพรรคยาชาร์! เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของเนทันยาฮูที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังติดต่อผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์เชื่อว่า มีโอกาสสูงที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลอิสราเอล และกำลังพยายามสร้างความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการกับเบนเน็ตต์และไอเซนคอต
แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงขณะนี้ สถานการณ์กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม โดยฝ่ายค้านพยายามสร้างความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ซึ่งประสบความสำเร็จเพียงบางส่วนกับบุคคลที่สงสัยในตัวเนทันยาฮู และล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่กับบุคคลที่ใกล้ชิดกับเขา แต่ตอนนี้ บุคคลที่รายงานว่าใกล้ชิดกับเนทันยาฮูมาก กำลังพยายามหาทางเข้าสู่พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอเซนคอตและเบนเน็ตต์
3 แรงจูงใจรัฐบาลทรัมป์สนใจฝ่ายค้านอิสราเอล
รายงานจากช่อง 12 ระบุว่า ความสนใจของรัฐบาลทรัมป์ในการเจรจากับฝ่ายค้านนั้น มาจากแรงจูงใจหลัก 3 ประการ
ประการแรก การมีรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดอยู่ในรัฐบาลผสมของเนทันยาฮู ทำให้สหรัฐฯ กังวล
ประการที่สอง สหรัฐฯ เริ่มรู้สึกผิดหวังที่กระบวนการทางการทูตและวาระต่างๆ ไม่สามารถคืบหน้าได้กับรัฐบาลอิสราเอลชุดปัจจุบัน ซึ่งภาพลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศได้รับความเสียหายจากการรุกรานฉนวนกาซา หลังสงครามสิ้นสุดลง บางคนในรัฐบาลต้องการใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการทูตและบรรลุผลสำเร็จตามที่ทรัมป์ต้องการ แต่สิ่งนี้ไม่สามารถทำได้กับเนทันยาฮูและรัฐบาลของเขา ท่ามกลางวิกฤตความไว้วางใจระหว่างสองรัฐบาล
ประการที่สาม ตามรายงานของช่อง 12 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประเมินว่า เนทันยาฮูจะพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งของอิสราเอล ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นไม่เกินวันที่ 27 ตุลาคมนี้
ความขัดแย้งเริ่มปรากฏชัด
ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิสราเอลและรัฐบาลทรัมป์ภายหลังข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปรากฏชัดเจนขึ้น
อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลเผยหลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้ว่า “ไม่มีใครบอกเราได้ว่าเราควรทำอะไร” โดยบอกกับช่อง 14 ว่า “หากอิหร่านโจมตีเรา เราจะดำเนินการทันทีและตอบโต้ด้วยกำลัง ไม่มีใครบอกเราได้ว่าเราควรทำอะไร และเราได้พิสูจน์แล้ว”
คัตซ์ยังบอกอีกว่า อิสราเอลไม่เคยขอให้สหรัฐฯ ร่วมรบกับอิสราเอลในการต่อต้านฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซีเรีย หรือฮามาสในฉนวนกาซา “เราทำเช่นนั้นโดยลำพัง”
“เราคาดหวัง และยังคงคาดหวังว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนสิทธิของเราและให้ความคุ้มครองทางการทูต ไม่ใช่ทางการทหาร ในการดำเนินการต่อต้านศัตรูเหล่านี้ทั้งหมด” คัตซ์กล่าวเสริมว่า อิสราเอลจะไม่ถอนตัวออกจากเขตความมั่นคงในเลบานอน ซีเรีย หรือฉนวนกาซา “ไม่ว่าในกรณีใดๆ”
ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเนทันยาฮูเกี่ยวกับการโจมตีเลบานอน โดยกล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลในเลบานอน
รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อ เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล และอิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับปฏิกิริยาของพวกเขาต่อข้อตกลง โดยกล่าวว่า “อาวุธสองในสามที่ใช้ปกป้องอิสราเอลนั้นผลิตในสหรัฐอเมริกาและจ่ายเงินโดยผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน”
แวนซ์เผยที่ทำเนียบขาวว่า สมาชิกบางคนของรัฐบาลอิสราเอล “โจมตีประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เป็นการส่วนตัวอย่างมาก” พร้อมเสริมว่า “ถ้าผมอยู่ในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลอิสราเอล ผมอาจจะไม่โจมตีพันธมิตรที่ทรงอำนาจเพียงรายเดียวที่ผมเหลืออยู่ในโลกนี้”
โพลล์ชี้พรรคฝ่ายค้านอิสราเอลอาจได้เสียงข้างมาก
ผลสำรวจล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (19 มิ.ย.) พบว่า พรรคฝ่ายค้านของอิสราเอลจะได้รับ 61 ที่นั่งในรัฐสภา (Knesset) ซึ่งมีสมาชิก 120 คน หากมีการเลือกตั้งในวันนี้ ซึ่งเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ เทียบกับ 49 ที่นั่งสำหรับพรรคของเนทันยาฮู
พรรคการเมืองอาหรับจะได้รับ 10 ที่นั่งโดยรวม ตามผลสำรวจที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยลาซาร์ร่วมกับมาอาริฟระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม 501 คน โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนประมาณ 4.4%
ผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของพรรคยาชาร์! ของไอเซนคอต ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 21 ที่นั่ง เท่ากับพรรคลิคุดของเนทันยาฮู
มาอาริฟระบุว่า พรรคลิคุดเสียที่นั่งไป 7 ที่นั่งในการสำรวจล่าสุด ขณะที่พรรคทูเธอร์ของเบนเน็ตต์ลดลง 11 ที่นั่งนับตั้งแต่มีการประกาศพันธมิตรในเดือนเมษายน
ผลสำรวจความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์ Maariv ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้านี้ ระบุว่า พรรคของเนทันยาฮูได้รับการสนับสนุน 22 ที่นั่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งปี และอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 เมื่อได้ 21 ที่นั่ง
Maariv ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการสำรวจล่าสุดนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากพรรคศาสนาไซออนิสม์ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด นำโดยสโมทริชผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในการเลือกตั้ง และคาดว่าจะได้รับ 4 ที่นั่ง
อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการ แต่การเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางส่วนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองหลายรูปแบบก่อนการเลือกตั้งระดับชาติครั้งต่อไปของอิสราเอล
Photo by ANNA MONEYMAKER / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP




