สหรัฐฯ เตือนชาติอาหรับเตรียมรับศึกใหญ่ ส่งสัญญาณถล่มอิหร่านรอบใหม่หลังเลือกตั้งกลางเทอม

28 ต.ค. 2569 - 15:00

  • แหล่งข่าวเผยว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งให้ประเทศอาหรับในแถบอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศ เตรียมพร้อมรับมือกับ ‘ปฏิบัติการทางทหารที่รุนแรงและรวดเร็ว’ สำหรับการต่อต้านอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

  • กองทัพสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออตจากรัฐเทกซัสมายังภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงย้ายกำลังพลออกจากฐานทัพจุดที่มีความเสี่ยงสูง

  • ในขณะเดียวกัน ทางกองทัพก็กำลังเร่งสำรองคลังกระสุน ตลอดจนเตรียมพร้อมฝูงบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินรบสำหรับการเปิดฉากโจมตีแล้ว

สหรัฐฯ เตือนชาติอาหรับเตรียมรับศึกใหญ่ ส่งสัญญาณถล่มอิหร่านรอบใหม่หลังเลือกตั้งกลางเทอม

สำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากบุคคลที่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการหารือครั้งนี้ว่า “สหรัฐฯ ได้แจ้งให้ประเทศอาหรับในแถบอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศ เตรียมพร้อมรับมือกับ ‘ปฏิบัติการทางทหารที่รุนแรงและรวดเร็ว’ สำหรับการต่อต้านอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้” 

“ข้อความดังกล่าวถูกส่งผ่านช่องทางการทูตและช่องทางทหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดฉากการสู้รบครั้งใหม่ที่รุนแรงขึ้น เพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านและกดดันให้อิหร่านยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา”

— รายงานระบุ 

กองทัพสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) จากรัฐเทกซัสมายังภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงย้ายกำลังพลออกจากฐานทัพจุดที่มีความเสี่ยงสูง ในขณะเดียวกัน ทางกองทัพก็กำลังเร่งสำรองคลังกระสุน ตลอดจนเตรียมพร้อมฝูงบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินรบสำหรับการเปิดฉากโจมตีแล้ว 

ทั้งนี้คาดว่ากลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอีกหนึ่งกลุ่ม และหน่วยปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบกของนาวิกโยธิน จะเดินทางเข้ามาสมทบกับเรือรบของสหรัฐฯ อีกราว 20 ลำในภูมิภาคตะวันออกกลางในเดือนหน้า 

รายงานข่าวซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากบุคคลที่ใกล้ชิดกับแนวคิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า  “แม้ทรัมป์จะยังไม่ได้ทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่เขามีแนวโน้มที่จะเลือกเปิดฉากการโจมตีครั้งใหญ่หลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป้าหมายอาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานและที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน” 

ขณะที่ฝั่งทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อ ‘แผนการทางทหารที่ละเอียดอ่อน’ ซึ่งอาจจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ได้ พร้อมกับแถลงว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทางเลือก เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ” 

ในการปราศรัยหาเสียงที่เมืองลับบ็อก รัฐเทกซัส เมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ ได้กล่าวว่า “ถ้าพวกคุณไม่ว่าอะไร อีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า พวกคุณจะได้เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับอิหร่าน เราได้ทำลายขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านจนหมดสิ้นด้วยปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์ (Operation Midnight Hammer) และปฏิบัติการเอปิกฟิวรี (Operation Epic Fury) อีกทั้งยังสามารถเอาชนะพวกเขาได้ทั้งในทางทหาร ทางการเงิน และด้านอื่นๆ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้จะจบลงในเร็วๆ นี้”  

“มันจะจบลงเมื่อไหร่ก็ได้เท่าที่ผมต้องการให้มันจบ”

— ทรัมป์ กล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศไว้ว่าเขาจะไม่เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมอย่างแน่นอน 

สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้รัฐบาลอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนทั่วภูมิภาค และสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสายสำคัญของโลกโดยสิ้นเชิง 

แม้ว่าจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือนมิถุนายนเพื่อปูทางสู่ข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย แต่ความตกลงดังกล่าวกลับต้องล่มลงเนื่องจากความเห็นที่ยังไม่ลงรอยกันในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องสิทธิการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว 

(Photo by US NAVY / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์