เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีเจตนาที่จะเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง หากไม่มีเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน สิ่งที่คุณมั่นใจได้คือ ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ส่งกองทัพของเรากลับเข้าไป เว้นแต่ว่าเขาจะมีความจำเป็นจริงๆ”
แวนซ์ยังได้เตือนว่า “ความพยายามใดๆ ของอิหร่านในการฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์ หรือการมุ่งเป้าโจมตีเรือพาณิชย์ จะทำให้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เปลี่ยนไปทันที”
“การหารือที่กรุงโดฮานั้น ‘เป็นไปได้ด้วยดี’ คณะทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมุ่งเน้นไปที่การเจรจาด้วย ‘ความจริงใจ’ แน่นอนว่าเราจะให้โอกาสกับการเจรจานี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้มันประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
— แวนซ์ กล่าว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันในเดือนมิถุนายน เพื่อยุติสงครามที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์อย่างถาวร รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสหรัฐฯ ต้องยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน ขณะเดียวกัน การเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งรวมถึงเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้น ยังคงดำเนินต่อไป
นอกจากนี้ แวนซ์ยังได้กล่าวถึงการเมืองภายในของอิหร่าน โดยอ้างว่าผู้คนจำนวนมากในกรุงเตหะรานเริ่มตระหนักแล้วว่า “การบริหารประเทศในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้นเป็น ‘ความผิดพลาด’”
“เราคิดว่าเราได้เห็นแรงขับเคลื่อนอย่างมากจากกลุ่มคนที่กำลังพยายามปฏิรูปประเทศไปสู่สิ่งใหม่ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงยึดติดอยู่กับ ‘วิถีทางเดิมๆ’”
— แวนซ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทำเนียบขาวจะแสดงท่าทีในเชิงบวก แต่ทางฝั่งอิหร่านได้ปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่า ไม่มีการกำหนดตารางการประชุมโดยตรงกับตัวแทนของสหรัฐฯ แต่อย่างใด พร้อมทั้งยืนยันหนักแน่นว่า ‘การหารือทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นผ่านทางคนกลางเท่านั้น’
(Photo by ANDREW HARNIK / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP)





