กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศเดินหน้าโจมตีสนามบินและโรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบียต่อไป โดยอ้างว่าพวกเขามีสิทธิ์ที่จะแก้แค้นคืน หลังจากโดนซาอุดีอาระเบียทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ในเขตแดนเยเมนที่กลุ่มฮูตียึดครองอยู่ ซึ่งคำประกาศกร้าวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังเหตุโจมตีสำนักงานใหญ่ของ ซาอุดี อารามโค (Saudi Aramco) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน ซึ่งแหล่งข่าวยืนยันว่า “ตัวอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก”
สถานการณ์ในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย
ซาอุดีอาระเบียเผชิญกับการโจมตีจากกลุ่มฮูตีที่ขยายวงกว้างขึ้นตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดเมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย
แหล่งข่าว 3 รายเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า “เหตุโจมตีที่ตั้งของบริษัทซาอุดี อารามโค ในเมืองดาห์รานทางภาคตะวันออกเมื่อคืนวันอังคาร (13 ต.ค.) ได้ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามลามไปหลายชั้น” ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสวนทางกับกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียที่ระบุว่า “การโจมตีครั้งนี้ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในวงจำกัดเท่านั้น” อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 2 รายเผยว่า “การดำเนินงานของอารามโคยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ โดยพนักงานเปลี่ยนมาทำงานจากที่บ้าน (Work from home)”
สถานการณ์ความขัดแย้งที่ดุเดือดขึ้นในขณะนี้ กำลังสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาวของ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ที่ตั้งเป้าจะลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมันดิบ
ทางกลุ่มฮูตีอ้างว่าที่พวกเขาต้องยิงถล่มซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ ก็เพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียเข้าไปสนับสนุนกองทัพช่วยรัฐบาลเยเมนสู้รบ ในสงครามกลางเมืองที่เพิ่งกลับมาปะทุเดือดขึ้นอีกครั้งเมื่อเดือนก่อน
ขณะที่ กองทัพพันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า “สามารถยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถีของกลุ่มฮูตีที่ยิงเป้าหมายถล่มกรุงริยาดเอาไว้ได้เมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) ที่ผ่านมา” ทว่าในวันเดียวกันนั้น กลับมีเสียงระเบิดลึกลับดังสนั่นขึ้นหลายครั้งทั่วเมืองหลวง
“ก่อนหน้านั้น ทางการซาอุดีอาระเบียได้ออกประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับภัยคุกคามทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นในกรุงริยาดเมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) ก่อนที่จะยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา โดยยังไม่ทราบแน่ชัดในทันทีว่าอะไรเป็นสาเหตุของเสียงระเบิดดังกล่าว และยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ จากทางหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับที่มาของเสียงเหล่านั้น”
— พยานในพื้นที่ เล่า
(Photo by ANDREJ ISAKOVIC / AFP)





