ทองคำระอุ! จับตารายงานเฟด 9 ก.ค. ลุ้นดีล 'สหรัฐฯ-อิหร่าน' รอบใหม่ชี้ชะตาราคา

6 ก.ค. 2569 - 10:40

  • จับตาดีลเดือดสหรัฐฯ-อิหร่าน: หลังวันที่ 9 ก.ค. เจรจารอบใหม่ถ้ารุ่ง ดับร้อนเงินเฟ้อ ทองโลกมีลุ้นบินสูงทดสอบแนวต้าน 4,260-4,360 ดอลลาร์

  • เฟดสายเหยี่ยวพร้อมหักดิบ: รายงาน FOMC และถ้อยแถลงคีย์แมนเฟดสัปดาห์นี้ ถ้ายังขู่ตรึงดอกเบี้ยสูง/ขึ้นดอกเบี้ยต่อ ระวังแรงเทขายทุบทองร่วง

  • สหรัฐฯ-อิหร่าน เตรียมเจรจารอบใหม่หลัง 9 ก.ค. ลุ้นปมนิวเคลียร์คลี่คลาย

ทองคำระอุ! จับตารายงานเฟด 9 ก.ค. ลุ้นดีล 'สหรัฐฯ-อิหร่าน' รอบใหม่ชี้ชะตาราคา

ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดเช้านี้ (6 ก.ค. 69) ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ พุ่งแรงตั้งแต่ครั้งแรก (09.05 น.) โดยทองคำแท่ง 96.5% เปิดที่ราคารับซื้อ 65,550 บาท ขายออก 65,750 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าถึง 200 บาท ก่อนที่การประกาศครั้งที่ 4 (10.05 น.) ราคาจะย่อตัวลงมาอยู่ที่รับซื้อ 65,400 บาท ขายออก 65,600 บาท ทำให้เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้ายังคงบวกอยู่ที่ +50 บาท สะท้อนแรงซื้อขายที่ผันผวนตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% ราคาฐานภาษีอยู่ที่ 64,096.48 บาท ขายออกที่ 66,400 บาท

ทองคำโลกสัปดาห์ก่อนรับข่าวดีจากโดฮา

ฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้น หลังกาตาร์เปิดเผยว่าผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถานได้เสร็จสิ้นการหารือกับคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านและสหรัฐฯ ที่กรุงโดฮาเมื่อวันพุธที่ 1 ก.ค. โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าเชิงบวกในประเด็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง และอาจส่งผลบวกต่อเนื่องไปถึงเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยเฟดในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ

นิวเคลียร์อิหร่านยังไม่ถูกหยิบขึ้นโต๊ะ ต้องรอหลัง 9 ก.ค.

อย่างไรก็ตาม การเจรจาทางอ้อมรอบล่าสุดที่โดฮาจบลงโดยยังไม่มีสัญญาณบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร แม้จะมีความคืบหน้าในประเด็นการเดินเรือและการปลดล็อกเงินทุน แต่ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ยังไม่ถูกนำมาหารือ เนื่องจากเป็นการประชุมเชิงเทคนิค โดยกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุว่าการเจรจารอบถัดไปจะมีขึ้นหลังพิธีฝังศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่กำหนดไว้ในวันที่ 9 ก.ค.

ฝั่งอิหร่านระบุว่าการหารือที่โดฮามีความคืบหน้าเชิงบวกต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจที่นำไปสู่การยุติสงครามเมื่อเดือนมิ.ย. และการประชุมสุดยอดที่สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าเรื่องข้อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่ากระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านกำลังไปได้สวย ด้านเจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ ยอมรับว่าประเด็นนิวเคลียร์จะถูกนำเข้าสู่โต๊ะเจรจาในรอบถัดไป

นักลงทุนจึงต้องจับตาว่าการเจรจารอบใหม่หลังวันที่ 9 ก.ค. จะไปในทิศทางบวกต่อเนื่องหรือไม่ หากราบรื่นอาจกดราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดลงได้ในอนาคต ซึ่งเป็นบวกต่อทอง แต่หากสะดุดอาจกดดันราคาทองคำร่วงลงอีกครั้ง

ติดตามบทสรุปการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิ.ย.

ในการประชุมดังกล่าว คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% โดยระบุว่ากิจกรรมเศรษฐกิจยังขยายตัวแข็งแกร่ง แม้มีความไม่แน่นอนสูงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ด้านการจ้างงานยังคงเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแรงงานใหม่ อัตราว่างงานเปลี่ยนแปลงน้อยและมีเสถียรภาพ ขณะที่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% มานานกว่า 5 ปี ส่วนหนึ่งจากภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงาน โดยกรรมการเฟดเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ที่จะสร้างเสถียรภาพเงินเฟ้อให้ได้จริง

เควิน วอร์ช หนึ่งในกรรมการเฟด ระบุชัดว่าตราบใดที่เฟดยังกดเงินเฟ้อลงสู่ 2% ไม่สำเร็จ จะไม่มีการพูดถึงการปรับเปลี่ยนเป้าหมายตัวเลขนี้เด็ดขาด เพราะหากขยับเป้าหมายหนีตอนยังทำไม่สำเร็จ ประชาชนอาจหมดความเชื่อมั่นในความสามารถคุมเงินเฟ้อของเฟด นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติตัด Forward Guidance หรือข้อความชี้นำทิศทางนโยบายในอนาคตออกจากแถลงการณ์ เนื่องจากกรรมการบางส่วนมองว่าไม่ใช่ภารกิจหลักที่ควรทำเป็นปกติ และเป็นการชี้นำตลาดมากเกินไป

เฟดจะมีการเผยบทสรุปการประชุม FOMC ในวันที่ 9 ก.ค. ออกมาสอดคล้องกับท่าทีนี้ อาจหนุนดัชนีดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ให้ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในภายหลัง

จับตาถ้อยแถลงกรรมการเฟด 2 ท่านสัปดาห์นี้

  • 6 ก.ค. เวลา 22.00 น. คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ก่อนหน้านี้เมื่อ 22 มิ.ย. เขาแสดงความกังวลว่าวิกฤตพลังงานยืดเยื้อจากตะวันออกกลางกำลังฝังลึกในเงินเฟ้อมากกว่าที่คาด พร้อมสนับสนุนให้ตัดข้อความส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย (Easing Bias) ออก เปลี่ยนเป็นตรึงดอกเบี้ยไว้ในระยะสั้น และยอมรับว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ 1-5 ปีข้างหน้าขยับสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2026 จนไม่อาจตัดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตทิ้งได้
  • 9 ก.ค. เวลา 20.00 น. จอห์น วิลเลียม ประธานเฟดนิวยอร์ก มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์เช่นกัน ก่อนหน้านี้เมื่อ 26 มิ.ย. เขาระบุว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังสูงเกินไป แม้คาดว่าจะชะลอตัวลงช่วงที่เหลือของปี พร้อมคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ที่ 3.50% และเลื่อนกรอบเวลาเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ออกไปเป็นปี 2028 อย่างไรก็ตาม เขามองว่าดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% เหมาะสมแล้ว โดยคาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ โต 2.25% ในปี 2026-2028 ส่วนอัตราว่างงานจะทยอยลดจาก 4.3% (พ.ค.) เหลือ 4% ภายในปี 2028

นักลงทุนต้องจับตาว่าหลังตัวเลข Non-Farm Payroll และอัตราว่างงานล่าสุดออกมา มุมมองของทั้งสองท่านจะเปลี่ยนไปในทิศทางเข้มงวดขึ้นหรือผ่อนคลายลง ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาทองคำโดยตรง

ประเด็นเศรษฐกิจอื่นที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้

  • ดัชนี PMI ภาคบริการจาก ISM เดือนมิ.ย.
  • ดุลการค้าสหรัฐฯ เดือนพ.ค. และดุลการค้าจีนเดือนมิ.ย.
  • รายงานการประชุมเฟด 16-17 มิ.ย.
  • ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

แนวโน้มเทคนิคราคาทอง

ราคาทองคำโลกสัปดาห์ก่อนสร้างฐานยืนเหนือแนวรับ 3,950 ดอลลาร์ได้ แต่ภาพรวม Trend Line ยังอยู่ในลักษณะ falling wedge โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,260-4,360 ดอลลาร์

มุมมองเชิงบวก: หากดีลสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้าหลังพิธีฝังศพผู้นำอิหร่าน 9 ก.ค. อาจหนุนคาดการณ์น้ำมัน/เงินเฟ้อขาลง เปิดทางเฟดลดดอกเบี้ยง่ายขึ้น ดันทองทดสอบ 4,260 และ 4,360 ดอลลาร์

มุมมองเชิงลบ: หากเจรจาไม่ราบรื่น ประกอบกับมินิตส์ FOMC และถ้อยแถลงวอลเลอร์-วิลเลียมเข้มงวด อาจกดทองร่วงหลุด 3,950 และ 3,890 ดอลลาร์ ลึกสุดที่ 3,690 ดอลลาร์ ตามแนว Fibonacci 1.272

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ ฮั่วเซ่งเฮงแนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาย่อลงใกล้ 64,150 บาท ตัดขาดทุนที่ 63,150 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 66,600 และ 67,600 บาท

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์