Thailand × OECD | ถอดรหัสไทย EP.01 คอร์รัปชัน ทำไม OECD มองเป็นโจทย์เศรษฐกิจ

28 ก.ค. 2569 - 13:42

  • OECD ไม่ได้มองคอร์รัปชันเป็นเพียงปัญหาคุณธรรม แต่เป็นต้นทุนที่กระทบเศรษฐกิจ การลงทุน และการแข่งขัน

  • การเข้าสู่ OECD ต้องพิสูจน์คุณภาพระบบประเทศ ทั้งความโปร่งใส กติกาที่เป็นธรรม และธรรมาภิบาล

  • ผลสำรวจ กกร. สะท้อนภาคธุรกิจยังเผชิญความเสี่ยงสินบน โจทย์ใหญ่คือการปฏิรูประบบให้ลดโอกาสทุจริต

Thailand × OECD | ถอดรหัสไทย EP.01 คอร์รัปชัน ทำไม OECD มองเป็นโจทย์เศรษฐกิจ

คอร์รัปชันไทย ทำไม OECD มองเป็นโจทย์เศรษฐกิจ

เมื่อประเทศไทยประกาศเป้าหมายเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หลายคนอาจมองว่านี่คืออีกก้าวสำคัญของการยกระดับประเทศสู่มาตรฐานสากล ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการบริหารภาครัฐ

แต่การเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่การแข่งขันด้านตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หรือรายได้เฉลี่ยของประชาชนเพียงอย่างเดียว หากเป็นการพิสูจน์ว่า ประเทศมี ‘กติกา’ ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ประชาชน และภาคธุรกิจได้มากเพียงใด

เพราะสำหรับ OECD เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการมีเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากเท่านั้น แต่ต้องเกิดจากระบบที่โปร่งใส การแข่งขันที่เป็นธรรม และสถาบันของรัฐที่ได้รับความไว้วางใจ

ด้วยเหตุนี้ หนึ่งในประเด็นที่ OECD ให้ความสำคัญมากที่สุด จึงพุ่งไปที่ การต่อต้านคอร์รัปชันและการให้สินบน

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เหตุใดองค์กรด้านเศรษฐกิจจึงให้ความสำคัญกับเรื่องที่ดูเหมือนเป็นประเด็นด้านกฎหมายหรือจริยธรรม คำตอบในมุมมองของ OECD ชี้ว่า คอร์รัปชันไม่ใช่แค่ปัญหาคุณธรรม แต่คือต้นทุนของเศรษฐกิจ

เมื่อคอร์รัปชันไม่ใช่แค่ ‘เงินใต้โต๊ะ’

สำหรับคนทั่วไป คอร์รัปชันอาจหมายถึงการรับสินบน การใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ความเสียหายที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่ถูกจ่าย หากอยู่ที่  “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ซึ่งกระจายไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ

เมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถคาดการณ์ระยะเวลาการอนุมัติจากภาครัฐได้ เมื่อการตีความกฎหมายแตกต่างกันไปในแต่ละหน่วยงาน หรือเมื่อการตัดสินใจขึ้นอยู่กับดุลยพินิจมากกว่าหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ธุรกิจย่อมต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งในรูปของเวลา ค่าใช้จ่าย ความไม่แน่นอน และความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ส่งผ่านไปยังราคาสินค้า การจ้างงาน การลงทุน และท้ายที่สุดคือความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นี่คือเหตุผลที่ OECD มองว่า คอร์รัปชันไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านจริยธรรม แต่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ทำไม OECD จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

OECD เชื่อว่า ประเทศที่มีธรรมาภิบาลที่ดีจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจได้มากกว่า

ด้วยเหตุนี้ การประเมินประเทศสมาชิก OECD จึงไม่ได้พิจารณาเพียงว่ามีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันหรือไม่ แต่ยังมองไปถึงประสิทธิภาพของระบบทั้งหมด ตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การกำกับดูแลผลประโยชน์ทับซ้อน การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ความโปร่งใสในการใช้อำนาจ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

กล่าวอีกนัยหนึ่ง OECD ไม่ได้ถามว่า ประเทศจับผู้กระทำผิดได้กี่คดี แต่ถามว่า ประเทศออกแบบระบบให้การเรียกรับสินบนเกิดขึ้นได้ยากเพียงใด

สมาชิก OECD ณ ตอนนี้ ประเทศไทยอยู่ตรงไหน

คำถามนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนสู่การเป็นสมาชิก OECD ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยก็ยังสะท้อนว่าปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ

ผลสำรวจล่าสุดของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับเครือข่าย ‘เพื่อนไม่ทน’ สะท้อนว่า ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังพบการสื่อเป็นนัยหรือการเรียกรับผลประโยชน์ระหว่างการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ

แม้ผลสำรวจจะได้รับความสนใจจากสังคมในแง่ของการจัดอันดับหน่วยงานที่ถูกร้องเรียน แต่สาระสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ “ใครถูกกล่าวถึงมากที่สุด” สิ่งที่ควรตั้งคำถามคือ เหตุใดต้นทุนจากความไม่โปร่งใสจึงยังดำรงอยู่ และประเทศไทยจะลดต้นทุนดังกล่าวได้อย่างไร หากต้องการยกระดับมาตรฐานสู่ OECD

เมื่อมองผ่านกรอบคิดของ OECD ผลสำรวจนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวคอร์รัปชัน แต่เป็นสัญญาณว่าประเทศไทยยังมีการบ้านด้านธรรมาภิบาลที่ต้องเร่งดำเนินการ

การต่อต้านคอร์รัปชัน คือการปฏิรูปเศรษฐกิจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การพูดถึงคอร์รัปชันในประเทศไทยมักเน้นไปที่การจับกุม การลงโทษ หรือการเปิดโปงผู้กระทำผิด แต่สำหรับ OECD การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากการลงโทษเพียงอย่างเดียว หากเริ่มจากการออกแบบระบบที่ลดโอกาสการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง

ระบบราชการที่คาดการณ์ได้ กฎระเบียบที่ชัดเจน ขั้นตอนที่โปร่งใส และการแข่งขันที่เป็นธรรม ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง

นั่นจึงทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันไม่ใช่เพียงนโยบายด้านคุณธรรม แต่เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ต้นทุนของภาคธุรกิจ และศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

การก้าวสู่ OECD คือกระบวนการที่ผลักดันให้ประเทศไทยต้องทบทวนกติกา กลไก และสถาบันของตนเอง ว่าสามารถสร้างเศรษฐกิจที่โปร่งใสและแข่งขันได้ในระดับสากลหรือไม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศไทยพร้อมเข้า OECD แล้วหรือยัง”

แต่คือ “ประเทศไทยพร้อมปฏิรูประบบให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD แล้วหรือยัง”

และหากคอร์รัปชันยังเป็นต้นทุนที่ภาคธุรกิจต้องแบกรับ คำตอบของคำถามนี้อาจยังไม่ชัดเจนนัก

ตอนต่อไป EP.02 : SPACEBAR จะพาไปตรวจสอบว่า หลังเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ ภาครัฐได้ขับเคลื่อนมาตรการใดแล้วบ้าง และมาตรการเหล่านั้นเพียงพอหรือไม่ต่อการยกระดับประเทศไทยให้เข้าใกล้มาตรฐาน OECD

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์