น้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ นายกฯ ลงพื้นที่ด่วน สั่งเฝ้าระวังเข้ม ย้ำไม่กระทบโครงสร้าง
เหตุการณ์น้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังเกิดการรั่วซึมของน้ำเข้าสู่บ่อรับน้ำใต้ดิน (Sump Pit) ภายในอุโมงค์ก่อสร้าง ที่ระดับความลึกประมาณ 30 เมตร เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569
แม้ภาพเหตุการณ์จะสร้างความกังวลให้ประชาชนในพื้นที่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันตรงกันว่า เป็นการรั่วซึมในส่วนของงานก่อสร้าง ไม่ใช่ความเสียหายของโครงสร้างอุโมงค์ และยังไม่พบผลกระทบต่อถนนหรืออาคารโดยรอบ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้กำลังเดินหน้าก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า งานก่อสร้างหลายสถานีในโซนใจกลางกรุงเทพฯ มีความคืบหน้าเกิน 80% แล้ว ขณะที่จุดเกิดเหตุบริเวณ สถานีวงเวียนใหญ่ (PP25) มีความก้าวหน้าของงานก่อสร้างอยู่ที่ 59.85% สะท้อนว่าโครงการอยู่ในช่วงก่อสร้างโครงสร้างหลักและงานระบบบางส่วน ยังไม่ใช่ระยะเปิดเดินรถให้บริการประชาชน
นายกฯ ลงพื้นที่กลางดึก ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง
เมื่อเวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 8 กรกฎาคม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้ รฟม. เพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง จัดเตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนับสนุนการปฏิบัติงาน

นายกรัฐมนตรี เผย “ทันทีที่ทราบข่าวก็รู้สึกกังวล พร้อมกล่าวติดตลกว่า ‘เสียวจะตายโหง’ แต่หลังรับฟังข้อมูลจากทีมวิศวกร พบว่าสถานการณ์สามารถควบคุมได้ และไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าโครงสร้างอุโมงค์เกิดการทรุดตัว”
พร้อมกันนี้ ยังสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพธรณีวิทยาและระบบระบายน้ำ

รฟม. แจงน้ำรั่วจากรอยต่อบ่อรับน้ำ เร่งอัดฉีดดินหยุดการรั่วซึม
รฟม. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น สันนิษฐานว่าน้ำรั่วซึมเกิดจากรอยต่อของบ่อรับน้ำใต้ดิน (Sump Pit) ซึ่งเป็นจุดรวบรวมน้ำภายในอุโมงค์ ไม่ใช่โครงสร้างหลักของอุโมงค์รถไฟฟ้า
ขณะนี้ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างดำเนินการ Ground Improvement หรือการปรับปรุงคุณภาพดิน ควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำตามหลักวิศวกรรม โดยสามารถควบคุมการรั่วซึมได้แล้ว และยังไม่พบการทรุดตัวของอุโมงค์ ถนน หรืออาคารใกล้เคียง
รฟม. ยังสั่งให้ที่ปรึกษาควบคุมงานและผู้รับจ้างติดตามค่าการเคลื่อนตัวของโครงสร้างตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย

เหตุเกิดที่วงเวียนใหญ่ แต่ภาพรวมโครงการยังเดินหน้าตามแผน
แม้จะเกิดเหตุบริเวณสถานีวงเวียนใหญ่ แต่ภาพรวมของโครงการยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงแนวเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งถือเป็นช่วงงานที่มีความซับซ้อนสูงที่สุด หลายสถานีมีความก้าวหน้าเกิน 80% แล้ว ได้แก่ สถานีศรีย่าน 85.97% สถานีหอสมุดแห่งชาติ 82.72% สถานีวชิรพยาบาล 81.82% สถานีรัฐสภา 81.77% และสถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 81.06%
ขณะที่สถานีใกล้จุดเกิดเหตุอย่าง สะพานพุทธฯ มีความก้าวหน้า 71.79% และ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า อยู่ที่ 65.47%
ส่วนช่วงปลายเส้นทางฝั่งธนบุรีลงสู่ราษฎร์บูรณะและพระประแดง ยังอยู่ระหว่างเร่งงานก่อสร้าง โดยหลายสถานีมีความคืบหน้าอยู่ในช่วง 20-30% อาทิ ดาวคะนอง บางปะแก้ว บางปะกอก และราษฎร์บูรณะ
มากกว่ารถไฟฟ้า คือโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตเมือง
นอกจากงานก่อสร้างสถานีและอุโมงค์แล้ว โครงการยังเดินหน้าก่อสร้างอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) บริเวณบางปะกอกและราษฎร์บูรณะ รวมถึงอาคารจอดรถไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าแล้วกว่า 55.08%
เป้าหมายคือเชื่อมการเดินทางจากรถยนต์ส่วนบุคคลเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า ลดปริมาณรถบนแนวถนนประชาธิปก สมเด็จพระเจ้าตากสิน และสุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางจราจรหนาแน่นของกรุงเทพมหานคร
เมื่อเปิดให้บริการครบทั้งเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้จะเชื่อมพื้นที่ รัฐสภา-เกาะรัตนโกสินทร์-วงเวียนใหญ่-ดาวคะนอง-ราษฎร์บูรณะ-พระประแดง ช่วยยกระดับระบบขนส่งมวลชน และต่อยอดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) ให้เกิดการลงทุนด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้
แม้ รฟม. จะยืนยันว่าเหตุการณ์น้ำรั่วซึมครั้งนี้ไม่กระทบต่อความแข็งแรงของโครงสร้างและไม่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินในพื้นที่เมือง จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงด้านธรณีวิทยาและน้ำใต้ดินอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
ขณะเดียวกัน สิ่งที่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนกำลังติดตาม คือความสามารถของผู้รับจ้างและ รฟม. ในการควบคุมสถานการณ์ รักษามาตรฐานความปลอดภัย และบริหารโครงการให้แล้วเสร็จตามแผน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เฉพาะจุดกระทบต่อกรอบเวลาของหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกรุงเทพมหานคร





