กรมชลประทาน แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จากอัตรา 2,300 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,400 ลบ.ม./วิ ภายในเวลา 13.00 น. (ทยอยปรับเพิ่มชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วินาทีโดยประมาณ) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำล่าสุด (ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569)
เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา ข้อมูลการติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักพบว่า
• สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์: มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น)
• สถานี Ct 19 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี: มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 570 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น)
• สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท: มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน อยู่ที่ +17.79 เมตร (รทก.) (มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น)
กรมชลประทาน คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,700 – 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งรวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขาอีกประมาณ 400 – 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แผนการบริหารจัดการน้ำและการปรับระบายน้ำ
กรมชลประทานได้ผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเต็มศักยภาพของคลองชลประทาน อย่างไรก็ดี มีความจำเป็นต้อง ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนน้อยที่สุด
รายละเอียดการปรับระบายน้ำ
ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จะทยอยปรับเพิ่มอัตราการระบายจากเดิม 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 13.00 น. (ทยอยปรับขึ้นประมาณชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และจะคงอัตราการระบายนี้ไว้อย่างต่อเนื่อง โดยกรอบการระบายสูงสุด ควบคุมการระบายน้ำในอัตราไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สำหรับผลกระทบจากการปรับระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 20-60 เซนติเมตร

พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง 6 จังหวัด
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่
• จ.ชัยนาท: อ.สรรพยา
• จ.สิงห์บุรี: อ.อินทร์บุรี, อ.เมืองสิงห์บุรี, อ.พรหมบุรี
• จ.อ่างทอง: อ.ไชโย, อ.เมืองอ่างทอง, อ.ป่าโมก, อ.วิเศษชัยชาญ
• จ.พระนครศรีอยุธยา: อ.ผักไห่, อ.บางบาล, อ.เสนา, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บางปะอิน, อ.บางไทร, อ.บางซ้าย, อ.ลาดบัวหลวง
• จ.ปทุมธานี: อ.สามโคก, อ.เมืองปทุมธานี
• จ.นนทบุรี: อ.ปากเกร็ด, อ.เมืองนนทบุรี, อ.บางกรวย
มาตรการและคำแนะนำสำหรับประชาชนและหน่วยงาน
• หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบ ซ่อมแซม คันกั้นน้ำริมแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบริหารจัดการประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน
• การเตรียมพร้อม จัดเตรียมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันที
• ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ติดตามประกาศข่าวสารอย่างใกล้ชิด ยกของขึ้นที่สูง และเตรียมความพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
หากปริมาณน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลให้ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่านี้ กรมชลประทานและ สทนช. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป





