กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนระลอกใหม่ แจ้งสภาวะอากาศแปรปรวน 4–7 ตุลาคม ขณะที่นักวิชาการเริ่มเห็นสัญญาณฝแช่อีกครั้งช่วงวันที่ 11–13 ตุลาคม 2569
เปิดไทม์ไลน์ 96 ชั่วโมง ฝนถล่มแยกรายภาค 4–7 ต.ค. 69
กรมอุตุนิยมวิทยา โดย นัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 2 (236/2569) เรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยแบ่งผลกระทบตามช่วงเวลาดังนี้

วันที่ 4 ต.ค. 69
เริ่มกระทบภาคเหนือตอนบน ด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 5 ต.ค. 69
กระทบภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน (ภาคอีสานฝนเริ่มลดลง)
จุดเสี่ยงฝนตกหนักมากวันที่ 5 ต.ค.: กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา กทม. และปริมณฑล
วันที่ 6 ต.ค. 69
กระทบภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน (ภาคอีสานฝนเริ่มลดลง)
จุดเสี่ยงฝนตกหนักมากวันที่ 6 ต.ค.: กาญจนบุรี และราชบุรี กทม. และปริมณฑล
วันที่ 7 ต.ค. 69
ฝนเคลื่อนตัวไปยังด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนพื้นที่อื่นฝนเริ่มลดลง
สำหรับสาเหตุเกิดจากความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน ปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จึงเกิดฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ก่อนที่อากาศทางตอนบนจะเริ่มเย็นลงในตอนเช้า

2–4 ต.ค.ฝนตกช่วงบ่ายถึงค่ำ
สมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลว่า ในช่วงวันที่ 2–4 ต.ค. ฝนจะตกช่วงบ่ายถึงค่ำตามมรสุมปกคลุมปกติ ส่วนแต่ตั้งแต่วันที่ 5–16 ต.ค. เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูกาล ลมจะเริ่มเปลี่ยนทิศทาง โดยมีมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา ส่งผลให้ทิศทางฝนเปลี่ยนจากเดิมที่มาจากทางทิศตะวันตก ย้ายมาเข้าทางทิศตะวันออกแทน
พร้อมระบุเตือนถึงประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำท่วมขังอยู่ในขณะนี้ ให้ใช้ช่วงเวลาที่ฝนยังไม่ตกหนักเร่งระบายน้ำออกให้แห้ง เพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณฝนที่จะเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลลมเปลี่ยนทิศในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 8–12 ต.ค. ภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่ง คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยสูงกว่า 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
จับตาฝนตกแช่ระลอกใหม่ 11–13 ต.ค. กรมชลฯ เร่งพร่องน้ำ
ด้าน ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความแจ้งเตือนข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ระบุให้ประชาชนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงในช่วงวันที่ 11–13 ต.ค. 2569 เนื่องจากจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักแช่ขังในพื้นที่ภาคกลาง กทม. ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
ในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งพร่องน้ำออกจากเขื่อนเพื่อรองรับน้ำใหม่ พร้อมแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลหรือวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาดังกล่าว และให้ติดตามการขยับตัวของเส้นความกดอากาศอย่างใกล้ชิด ก่อนที่ช่วงวันที่ 14–17 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นอีกระลอกจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออก





