ไฟป่าบอร์เนียวลุกโหม นักดับเพลิงสุดรับมือ-ประชาชนหวาดกลัวกลางหมอกพิษ
ไฟป่าและไฟพีตแลนด์บนเกาะบอร์เนียวของอินโดนีเซียลุกลามหนักจนนักดับเพลิงไม่สามารถรับมือได้ทัน ส่งผลให้หมอกควันพิษปกคลุมชุมชนและเมืองสำคัญอย่างหนาแน่น ท่ามกลางวิกฤตปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ที่รุนแรงผิดปกติในปีนี้ ซึ่งองค์การสหประชาชาติระบุว่าอาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
นักดับเพลิงทำงานถึงรุ่งสาง ขาดแคลนทั้งน้ำและอุปกรณ์
สัมเป รีตองกา หัวหน้าหน่วยดับเพลิงประจำเขตซินตัง เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่าทีมงานต้องทำงานต่อเนื่องจนถึงรุ่งสางโดยแทบไม่ได้นอน ท่ามกลางอุปกรณ์ที่จำกัดอย่างยิ่ง โดยมีรถดับเพลิงขนาด 6,000 ลิตรเพียงสองคัน ซึ่งต้องผลัดกันใช้งานและเติมน้ำสลับกัน นอกจากนี้ยังขาดแคลนสายดับเพลิงอีกด้วย
ปัญหาสำคัญอีกประการคือ ระดับน้ำในแม่น้ำลดต่ำลงมาก ทำให้ทีมงานต้องค้นหาน้ำจากคูน้ำและลำธารเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปจากจุดเกิดเพลิง สัมเป ระบุว่า หน่วยดับเพลิงรับมือกับเหตุเพลิงไหม้มาแล้วหลายสิบครั้งในเดือนนี้เพียงเดือนเดียว

ชาวบ้านหวาดกลัว บ้านเรือนเสี่ยงถูกไฟกลืน
สุตรีสมี วัย 47 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่าได้ยินเสียงไฟดังกรอบแกรบจากบ้าน ก่อนจะเห็นควันลอยขึ้นมาจากพื้นที่พีตแลนด์ฝั่งตรงข้ามถนน "ฉันกลัวมาก กลัวจริงๆ" เธอกล่าว พร้อมระบุว่าทันทีที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบขอความช่วยเหลือจากผู้นำหมู่บ้าน ไฟพีตแลนด์มักคุกรุ่นและลุกลามอยู่ใต้ดินเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ก่อให้เกิดควันหนาแน่นในปริมาณมหาศาล

ค่ามลพิษพุ่งพ้นขีดอันตราย โรงเรียนปิดไม่มีกำหนด
ในเมืองปอนเตียนัค เมืองหลวงของจังหวัดกาลีมันตันตะวันตก ที่มีประชากรราว 700,000 คน ประชาชนสูดอากาศเสียมาหลายสัปดาห์ต่อเนื่อง
โดยข้อมูลจาก IQAir ระบุว่าค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกิน 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลกถึงกว่า 100 เท่า
ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า โรงเรียนหลายร้อยแห่งในจังหวัดต้องปิดทำการ ส่งผลให้นักเรียนเกือบ 200,000 คนต้องเรียนที่บ้าน
กรีนพีซชี้รากเหง้าปัญหาจากการทำลายป่า
เบลกิส ฮาบีบา นักรณรงค์ด้านป่าไม้จากกรีนพีซอินโดนีเซีย ระบุว่าการระบายน้ำออกจากพื้นที่พีตแลนด์เพื่อทำสวนปาล์มน้ำมันและไม้เยื่อกระดาษ คือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ดินพรุแห้งและติดไฟง่าย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศให้เหตุไฟป่าครั้งนี้เป็นภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อระดมทรัพยากรทุกด้านมาแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้ กรีนพีซประเมินจากข้อมูลภาครัฐว่ามีประชาชนชาวอินโดนีเซียกว่า 35 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันพิษ โดยปีนี้มีพื้นที่เผาไหม้ในอินโดนีเซียแล้วกว่า 285,000 เฮกตาร์




