สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกคำเตือนฉบับใหม่เกี่ยวกับการเดินทางมาประเทศไทยเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม โดยระบุว่า ให้พลเมืองจีนวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง สืบเนื่องจากเหตุการณ์ลักพาตัวชาวจีนหลายครั้งที่เป็นข่าวครึกโครมในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังเตือนให้อินฟลูเอนเซอร์และศิลปินบนโลกออนไลน์เพิ่มความระมัดระวังต่อมิจฉาชีพที่หลอกลวงด้วยข้อเสนอการทำงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงในประเทศไทย
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สำคัญหลายครั้งที่บุคคลที่มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์และนักท่องเที่ยวถูกลักพาตัวในประเทศไทย ก่อนจะถูกส่งตัวต่อไปยังกลุ่มอาชญากรรมที่บังคับใช้แรงงานในขบวนการฉ้อโกงทางออนไลน์ในประเทศเมียนมา
สถานทูตจีนประจำประเทศไทยยังเตือนนักท่องเที่ยวให้ “ระมัดระวังการเดินทางที่ผู้อื่นจัดหาให้” และ “วางแผนการเดินทางและเลือกใช้บริการขนส่งที่ได้รับอนุญาตและผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมาย” พร้อมทั้ง “ระมัดระวังอย่ารับการเดินทางฟรีจากคนรู้จักหรือคนแปลกหน้า”
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือเส้นทางการเดินทางอย่างกะทันหัน และแจ้งให้ครอบครัวทราบถึงสถานที่ที่อยู่ของตัวเอง
แม้ว่าสถานทูตจีนจะเคยออกคำเตือนในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนเมษายน แต่คำแนะนำล่าสุดนี้เน้นย้ำถึงความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับจำนวนศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกล่อลวงไปประเทศไทยและถูกค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น
แถลงการณ์ล่าสุดยังให้คำเตือนโดยละเอียดเกี่ยวกับการใช้ระบบขนส่งในประเทศไทยด้วย
ตามรายงานของสื่อไทย ชายไทยอายุ 30 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ในจังหวัดตาก ชายแดนติดกับเมียนมา หลังต้องสงสัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งค้ามนุษย์ที่ล่อลวงชาวจีน 3 คนให้มาประเทศไทยด้วยข้อเสนองานปลอม ก่อนจะพาตัวไปในพื้นที่ชายแดน
เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติปฏิบัติการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยใช้โฆษณาตำแหน่งงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงปลอมๆ เพื่อล่อลวงเหยื่อชาวต่างชาติให้ตกเป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงาน การค้ามนุษย์ และการฉ้อโกงทางออนไลน์
มีการหลอกลวงหลายรูปแบบที่มุ่งเป้าไปที่สตรีมเมอร์และศิลปินนักแสดง โดยคนร้ายจะใช้คำเชิญปลอมสำหรับการถ่ายทำหรือการคัดตัวนักแสดงเพื่อล่อลวงเหยื่อ หนึ่งในกรณีที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อปีที่แล้วคือ เหตุการณ์ที่นักแสดงชาวจีนชื่อ “หวัง ซิง” ถูกหลอกลวงด้วยข้ออ้างเรื่องโปรเจกต์การถ่ายทำ ก่อนจะตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ในเวลาต่อมา
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ช่างภาพชาวจีนวัย 34 ปีรายหนึ่งหายตัวไปหลังจากเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อรับงานถ่ายภาพ ครอบครัวของเขาได้รับข้อเรียกร้องค่าไถ่ในระหว่างที่ออกตามหาตัวเขาในประเทศไทย จึงได้แจ้งเหตุการลักพาตัวดังกล่าวต่อทางการจีนและไทย
นอกจากนี้ ยังมีกรณีอื่นที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยมีการโพสต์ข้อความเร่งด่วนเพื่อแจ้งข่าวการหายตัวไปของครูสอนดนตรีชาวเซี่ยงไฮ้รายหนึ่ง ซึ่งหายตัวไปในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา
เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา The Beijing News รายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนรายหนึ่งถูกลักพาตัวในประเทศไทย หลังจากขึ้นไปบนยานพาหนะคันหนึ่งโดยเข้าใจผิดว่าเป็นรถของไกด์นำเที่ยวของเธอ โดยเธอได้รับความช่วยเหลือหลังจากตะโกนร้องขอความช่วยเหลือที่จุดตรวจของตำรวจ
มีรายงานว่า บุคคลเหล่านี้ทั้งหมดเดินทางกลับประเทศจีนแล้ว โดยได้รับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเทพฯ
ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวกล่าวว่า ความกังวลด้านความปลอดภัยกลายเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดของไทยในตลาดจีน เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทาง และว่า “เรื่องราวเหล่านี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของจีน ซึ่งยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยให้แย่ลงไปอีก”
เรื่องราวของหวังซิงยังคงเป็นหนึ่งในกรณีที่โดดเด่นที่สุดของชาวจีนที่ถูกล่อลวงมาประเทศไทยและติดอยู่ในวงจรการค้ามนุษย์ แก๊งฉ้อโกงทางโทรคมนาคมล่อลวงนักแสดงผู้นี้มาประเทศไทยในเดือนมกราคมด้วยการเสนอโครงการถ่ายทำภาพยนตร์ปลอม จากนั้นก็บังคับพาตัวเขาไปยังสถานที่หลอกลวงในเมียนมา
จากสารคดีที่ออกอากาศเมื่อต้นปีนี้โดยสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีน หวังซิงถูกขายต่อให้กับแก๊งฉ้อโกงถึง 3 แก๊งภายในเวลาเพียง 4 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่สถานทูตจีนจะเข้ามาไกล่เกลี่ยปล่อยตัวเขาได้สำเร็จ
แม้ว่าหวังซิงจะกลับไปจีนอย่างปลอดภัยแล้ว แต่เขายังคงมีภาระหนี้สินออนไลน์จำนวนมหาศาลที่ถูกบังคับให้กู้ยืมขณะถูกกักขังอยู่ในประเทศไทยและเมียนมา
คดีที่มีชื่อเสียงนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการท่องเที่ยวของชาวจีนในประเทศไทยตลอดปี 2025 โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวเพิ่งเริ่มฟื้นตัวในปีนี้
Photo by CHRISTOPHE ARCHAMBAULT / AFP





