แหล่งข่าวที่รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ระบุว่า ชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ซึ่งอาจมีความละเอียดอ่อนทางยุทธศาสตร์ ตกอยู่ในมือรัฐบาลจีน หลังชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกส่งออกจากออสเตรเลียไปสหรัฐฯ แต่กลับถูกเปลี่ยนเส้นทางไปฮ่องกงโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
แหล่งข่าวเผยว่า บริษัทขนส่ง UPS เป็นผู้ขนส่งกระจกหลังคาเครื่องบิน (canopy) และประตูช่องเก็บอาวุธภายในลำตัวเครื่องบินของเครื่องบิน F-35 ของออสเตรเลียลำหนึ่งที่ถูกส่งไปสหรัฐฯ เพื่อการตรวจสอบ และอาจรวมถึงการซ่อมแซมหรือการกำจัดทิ้งเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
แหล่งข่าว 2 รายเผยว่า ชิ้นส่วนทั้งสองซึ่งผลิตโดยบริษัท ล็อกฮีดมาร์ติน ถูกเคลือบด้วยวัสดุดูดซับเรดาร์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพรางตัวจากเรดาร์
หนึ่งในแหล่งข่าวเผยว่า เครื่องบินขนส่งดังกล่าวจอดที่เกาหลีใต้ระหว่างมุ่งหน้าไปสหรัฐฯ จากนั้นมุ่งหน้าไปฮ่องกง โดยขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทำไมเครื่องบินของ UPS จึงจอดที่เกาหลีใต้ หรือทำไมจึงเปลี่ยนเส้นทางไปที่ฮ่องกง หรือชิ้นส่วนสำคัญนี้ถูกเปลี่ยนเส้นทางโดยเจตนาหรือเป็นความผิดพลาด
แหล่งข่าว 2 รายเผยว่า รัฐบาลจีนยึดชิ้นส่วนดังกล่าวในเวลาต่อมา และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ส่งคืน ส่วนโฆษกสถานทูตจีนปฏิเสธการแสดงความคิดเห็น ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในวันนี้ (24 ก.ย.) ว่า “ไม่ทราบสถานการณ์ดังกล่าว”
การเปิดเผยเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองสำหรับสหรัฐฯ และจีน เนื่องจากประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน เพิ่งเดินทางถึงสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการ
คณะกรรมาธิการของสภาคองเกรสอย่างน้อย 2 คณะกำลังสอบสวนว่าชิ้นส่วนดังกล่าวตกไปอยู่ในมือจีนได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้เว็บไซต์ข่าว Politico รายงานว่า ชิ้นส่วนต่างๆ ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังฮ่องกงอย่างไม่คาดคิด
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จีนพยายามล้วงข้อมูลเครื่องบิน F-35 มาหลายปี ความกังวลว่าจีนอาจได้รับข้อมูลลับที่มีค่าเกี่ยวกับเครื่องบินเจ็ตลำนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ดีงซื้อขายเครื่องบิน F-35 ให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ประกาศในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 1 ล่มในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ สมาชิกสภาคองเกรสยังแสดงความกังวลว่าแผนการขายเครื่องบิน F-35 ให้ซาอุดีอาระเบียอาจเสี่ยงทำให้เทคโนโลยีทางทหารที่ล้ำสมัยของสหรัฐฯ รั่วไหลไปถึงมือจีน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า กำลังดำเนินการเพื่อนำชิ้นส่วนกลับมา
แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมระบุว่า เจ้าหน้าที่ “รับทราบถึงปัญหาการจัดส่งชิ้นส่วนเครื่องบิน F-35 ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ขณะนี้เรากำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำชิ้นส่วนดังกล่าวกลับคืนมา ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต”
ตัวแทนจากล็อกฮีดมาร์ตินในออสเตรเลียเผยในแถลงการณ์ว่า “ชิ้นส่วนดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้และถือว่ามีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ”
F-35 เป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดในโลก โดยมีกว่า 20 ประเทศที่สั่งซื้อไปแล้ว อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย และยังปฏิบัติภารกิจในอิหร่านหลายครั้ง
ออสเตรเลียเป็นศูนย์กลางคลังชิ้นส่วนและการบำรุงรักษาเครื่องบิน F-35 สำหรับชาติพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย
UPS แจ้งเหตุการณ์ดังกล่าวต่อสำนักงานควบคุมการค้าด้านการป้องกันประเทศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายควบคุมการส่งออก โดยถือเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน แต่ มัลคอล์ม เบิร์กลีย์ โฆษกของบริษัทปฏิเสธการแสดงความคิดเห็น
ริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลียเผยว่า ออสเตรเลียกำลังตรวจสอบ “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในฝั่งออสเตรเลีย”
ล็อกฮีดมาร์ตินออกแถลงการณ์ว่า กระทรวงกลาโหมเป็นผู้กำหนดทางเลือกในการขนส่ง และ “เราจะเลือกผู้ให้บริการที่สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ทางภาครัฐกำหนดไว้เหล่านั้น” แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ให้บริการขนส่งรายใดเป็นผู้จัดส่งชิ้นส่วนดังกล่าว
Photo by MANDEL NGAN / AFP





