ถึงจะมีประท้วงแต่ก็ต้องใช้ชีวิต! คู่รักฝรั่งเศสนั่งชิลล์จิบไวน์ในร้านอาหารท่ามกลางเปลวไฟจากจลาจล

20 ต.ค. 2569 - 15:41

  • คู่รักคู่หนึ่งในฝรั่งเศสนั่งจิบไวน์กันอย่างใจเย็นอยู่ที่โต๊ะหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ห่างจากเปลวไฟไม่กี่ฟุต

  • นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวในหลายพื้นที่ รวมถึงบางส่วนของปารีสและเมืองมาร์เซย์

ถึงจะมีประท้วงแต่ก็ต้องใช้ชีวิต! คู่รักฝรั่งเศสนั่งชิลล์จิบไวน์ในร้านอาหารท่ามกลางเปลวไฟจากจลาจล

ท่ามกลางการประท้วงที่ลุกลามบานปลายกลายเป็นจลาจลครั้งใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสครั้งหนึ่ง อีกมุมหนึ่งก็มีภาพให้เห็นว่าชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

คู่รักคู่หนึ่งในฝรั่งเศสกลายเป็นกระแสไวรัลหลังจากมีภาพปรากฏว่าทั้งสองนั่งจิบไวน์ สูบบุหรี่และพูดคุยกันอย่างใจเย็นอยู่ที่โต๊ะหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ฟุต ใกล้กับประตูชัย (Arc de Triomphe) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญในกรุงปารีส

ในอีกคลิปที่บันทึกไว้ได้ในกรุงปารีสเช่นกัน เผยให้เห็นนักวิ่งหญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งไปตามถนนที่เต็มไปด้วยควันไฟเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยดูเหมือนเธอจะไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใดกับกลุ่มผู้ก่อจลาจลที่อยู่รายรอบ

นักวิ่งหญิงรายนี้ซึ่งสวมเพียงสปอร์ตบราและกางเกงขาสั้นสำหรับวิ่ง ได้วิ่งแทรกตัวผ่านกองไฟที่กำลังลุกไหม้รถจักรยานไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มผู้ประท้วง ท่ามกลางสถานการณ์จลาจลที่กำลังดำเนินอยู่ในกรุงปารีส

คู่รักนั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งหน้าต่างได้รับความเสียหายบนถนนรูเดอริโวลี 1 วันหลังจากการประท้วงทั่วประเทศเพื่อต่อต้าน “ค่าครองชีพที่สูง” ในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 Photo by DIMITAR DILKOFF / AFP
คู่รักนั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งหน้าต่างได้รับความเสียหายบนถนนรูเดอริโวลี 1 วันหลังจากการประท้วงทั่วประเทศเพื่อต่อต้าน “ค่าครองชีพที่สูง” ในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 Photo by DIMITAR DILKOFF / AFP

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ประท้วงประมาณ 2,500 คน เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงและการปล้นสะดมไปทั่วประเทศ เฉพาะในกรุงปารีส มีการจับกุม 855 คน หลังจากกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงปะทะกับเจ้าหน้าที่และปล้นร้านค้าหรู

ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ประณามความรุนแรงระหว่างการกล่าวปราศรัยต่อประชาชน โดยกล่าวโทษกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายและแก๊งอาชญากร

“เราทุกคนรู้สึกโกรธและอับอาย” มาครงเผย โดยตั้งข้อสังเกตว่า จะต้องมีความแตกต่างระหว่างผู้ประท้วงที่มี “ข้อเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย” และ “ผู้ที่ทำลาย ทุบตี และปล้นสะดม”

“ผู้ที่ทำลายล้างจะต้องชดใช้” มาครงกล่าว “ไม่มีเหตุผลใดๆ เลย” ความรุนแรงที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีวัย 48 ปี ซึ่งกำลังจะพ้นจากตำแหน่งในปีหน้า ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เข้าใจสถานการณ์และหยิ่งยโสที่เดินทางออกจากฝรั่งเศสในวันจันทร์เพื่อไปเยือนตะวันออกกลางเป็นเวลา 3 วัน

ขณะที่นายกรัฐมนตรี เซบาสเตียน เลอกอร์นู ประกาศเคอร์ฟิวในหลายพื้นที่ของฝรั่งเศส รวมถึงบางส่วนของปารีสและเมืองมาร์เซย์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศในวันจันทร์ (19 ต.ค.)

Photo by THIBAUD MORITZ / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์