สัญญาณเตือนจากแอนตาร์กติกา! งานวิจัยใหม่พบธารน้ำแข็งทเวทส์ถอยร่นเร็วขึ้น และการละลายอาจเพิ่มระดับน้ำทะเลโลกให้สูงกว่าที่คาดไว้ถึง 2 เท่า!!
ธารน้ำแข็งถอยร่นเร็วขึ้น ความเสี่ยงที่โลกประเมินไว้ต่ำกว่าความจริง
ธารน้ำแข็งขนาดมหึมาในแอนตาร์กติกากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อชายฝั่งทั่วโลกในระยะยาว เมื่อผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า กระบวนการละลายของธารน้ำแข็งบางส่วนซับซ้อนกว่าที่แบบจำลองทางวิทยาศาสตร์เคยอธิบายไว้ และอาจทำให้การประเมินระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นต่ำกว่าความเป็นจริง

โดยธารน้ำแข็งที่กำลังถูกจับตามองคือ ธารน้ำแข็งทเวทส์ (Thwaites Glacier) ในแอนตาร์กติกาตะวันตก ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ และมักถูกเรียกว่า “ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก” (Doomsday Glacier) จากความไม่เสถียรและบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลโลก
“ธารน้ำแข็งแห่งนี้สูญเสียมวลน้ำแข็งไปแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านตัน นับตั้งแต่ปี 2000 ขณะที่การถอยร่นเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา”
— รายงาน ระบุ
งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2026 ในวารสาร Nature Communications โดยทีมนักวิจัยจาก Jet Propulsion Laboratory ของ NASA มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ และ Dartmouth College พัฒนาแบบจำลองใหม่เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งให้แม่นยำขึ้น
ผลการศึกษาพบว่า ในบางสถานการณ์จำลองธารน้ำแข็งทเวทส์อาจทำให้ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นได้ถึง 30 มิลลิเมตร หรือประมาณ 3 เซนติเมตร ภายในปี 2100 ซึ่งสูงกว่าค่าประมาณจากแบบจำลองเปรียบเทียบเดิมราว 2 เท่า ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดให้แรงขับจากสภาพภูมิอากาศคงที่ตามค่าเฉลี่ยในช่วงปี 1996–2023
ตัวเลขนี้เป็นเพียงส่วนที่ธารน้ำแข็งทเวทส์มีส่วนต่อระดับน้ำทะเล ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นทั้งหมดที่โลกจะเผชิญภายในปี 2100 เพราะยังมีปัจจัยอื่น ทั้งการสูญเสียน้ำแข็งจากพื้นที่อื่นและการขยายตัวของน้ำทะเลเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

ทำไมน้ำทะเลอุ่นใต้ธารน้ำแข็งจึงน่ากังวล?
หัวใจของการค้นพบครั้งนี้อยู่ที่บริเวณใต้ธารน้ำแข็ง ซึ่งน้ำแข็งที่เกาะติดพื้นทะเลค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นน้ำแข็งที่ลอยตัวอยู่ในทะเล แบบจำลองทั่วไปมักกำหนดบริเวณเปลี่ยนผ่านนี้เป็นเส้นแบ่งที่เรียกว่า grounding line แต่ในความเป็นจริง พื้นที่ดังกล่าวมีความกว้างและซับซ้อนกว่าที่เส้นแบ่งเพียงเส้นเดียวจะอธิบายได้
งานวิจัยจึงนำแนวคิด Grounding Zone ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เปลี่ยนผ่านดังกล่าวเข้ามาใช้ในแบบจำลอง เพื่ออธิบายการแทรกซึมของน้ำทะเลเข้าไปใต้ฐานน้ำแข็งได้ดีขึ้น
เมื่อเกิดน้ำขึ้น-น้ำลง น้ำแข็งบางส่วนจะยกตัวและลดระดับสลับกัน เปิดช่องให้น้ำทะเลที่อุ่นกว่าไหลเข้าไปสัมผัสฐานน้ำแข็งและเร่งการละลาย กระบวนการนี้อาจทำให้บริเวณที่ธารน้ำแข็งยึดเกาะพื้นทะเลอ่อนแอลง ส่งผลให้ธารน้ำแข็งถอยร่นและสูญเสียเสถียรภาพเร็วขึ้น
เมื่อทดสอบกับข้อมูลดาวเทียมในอดีต แบบจำลองใหม่นี้สามารถจำลองการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งได้สอดคล้องกับข้อมูลสังเกตการณ์มากกว่าแบบจำลองที่ไม่คำนึงถึงกระบวนการดังกล่าวประมาณ 4 เท่า นั่นหมายความว่า สิ่งที่เราต้องจับตาไม่ได้มีเพียงน้ำแข็งที่ละลายบนผิวหน้า แต่รวมถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ใต้ผืนน้ำแข็ง ซึ่งอาจกำหนดทิศทางการถอยร่นของธารน้ำแข็งทั้งระบบ

ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเพียงไม่กี่เซนติเมตร สำคัญอย่างไร?
แม้ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น 3 เซนติเมตรอาจดูไม่มาก แต่เมื่อเป็นการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลก ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้พื้นที่ชายฝั่งที่เปราะบางอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับน้ำทะเลหนุน คลื่นพายุซัดฝั่ง และการทรุดตัวของแผ่นดิน
ผลกระทบอาจครอบคลุมตั้งแต่ความเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่ง การกัดเซาะพื้นที่ริมทะเล การรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่แหล่งน้ำจืด ไปจนถึงความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรชายฝั่ง เช่นกรณีของ“ตูวาลู” ประเทศเล็กๆ ที่กำลังจะหายไปเพราะการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล รวมถึงกรุงเทพมหานครก็เป็นหนึ่งในเมืองที่เสี่ยงจมน้ำเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ระบุว่าธารน้ำแข็งทเวทส์จะพังทลายทั้งหมดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้ผลการศึกษาชี้ว่าการถอยร่นอาจดำเนินต่อไปและรวดเร็วขึ้นในศตวรรษที่ 21 และ 22 ขณะที่ความเป็นไปได้ของการถอยร่นในวงกว้างของแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกยังไม่สามารถตัดทิ้งได้
ในระยะยาว การพัฒนาแบบจำลองให้แม่นยำควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง จะช่วยให้สังคมเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และช่วยให้มนุษยชาติเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจรุนแรงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ได้เร็วขึ้น
“การบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดคาร์บอน (Decarbonisation) ที่ทำทันทีและต่อเนื่อง คือความหวังที่ดีที่สุดในการชะลอการสูญเสียน้ำแข็งนี้ และหลีกเลี่ยงการเริ่มต้นถดถอยแบบไร้ความเสถียร”
— The International Thwaites Glacier Collaboration ระบุ
เครดิภาพปก: Chris Gilbert, Pete Bucktrout, Paul Holland, Elisabeth Biersma จาก International Thwaites Glacier Collaboration





