นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชาเรียกร้องอีกครั้งให้ประเทศไทยกลับมาเจรจาในคณะกรรมการกำหนดเขตแดนร่วม (JBC) โดยกล่าวว่า ความคืบหน้าในการกำหนดเขตแดนทางบกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการที่ชาวกัมพูชาที่พลัดถิ่นกว่า 20,000 คนจะสามารถกลับบ้านได้ ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของไทยที่ว่า การที่กัมพูชาใช้กระบวนการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ทำให้การเจรจาเขตแดนทางบกหยุดชะงัก
คำกล่าวของผู้นำกัมพูชาเกิดขึ้นหลังจาก นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เผยว่า การตัดสินใจของกัมพูชาที่จะเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ทำลายความไว้วางใจและปิดประตูการเจรจาเรื่องเขตแดนทางบก
ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ฮุน มาเนต กล่าวว่า การหยุดยิงตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยยังคงดำเนินอยู่ตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อน แต่เตือนว่า สถานการณ์ยังคงเปราะบางเนื่องจากกองกำลังจากทั้งสองประเทศยังคงเผชิญหน้ากันตามแนวชายแดนที่มีข้อพิพาท
“ถึงแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อน แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง เพราะยังมีทหารหลายพันนายประจำการเผชิญหน้ากันตามแนวชายแดน” ฮุน มาเนตกล่าว
ฮุน มาเนต ยังบอกว่า กัมพูชาต้องการให้กระบวนการ JBC กลับมาดำเนินการต่อ โดยเน้นย้ำว่า การกำหนดแนวเขตแดนทางบกให้เสร็จสมบูรณ์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูชีวิตปกติของชุมชนที่พลัดถิ่นจากความขัดแย้ง
ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 กัมพูชาและไทยตกลงที่จะกลับมาดำเนินการสำรวจและกำหนดแนวเขตแดน JBC อีกครั้ง
ข้อตกลงดังกล่าวจัดลำดับความสำคัญของการแบ่งเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งพลเรือนผู้พลัดถิ่นกลับมา ขณะเดียวกันก็ยืนยันอีกครั้งว่าการหยุดยิงไม่กระทบต่อเขตแดนระหว่างประเทศ
ฮุน มาเนต ปฏิเสธข้อเสนอแนะของทางการไทยว่า การตัดสินใจของกัมพูชาที่จะเริ่มการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เพื่อแก้ไขข้อเรียกร้องทางทะเลที่ทับซ้อนกันได้ระงับการเจรจาขอบเขตทางบก
ผู้นำกัมพูชาอ้างว่า กัมพูชาหันไปใช้กลไก UNCLOS หลังจากที่ไทยถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจ (MoU) พ.ศ. 2544 เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งใช้เป็นกรอบในการเรจาเกี่ยวกับการอ้างสิทธิทางทะเลที่ทับซ้อนกัน
ฮุน มาเนต บอกว่า ปัญหาทางทะเลและขอบเขตทางบกอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่แยกจากกัน และการตัดสินใจของกัมพูชาที่จะดำเนินการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ไม่ควรส่งผลกระทบต่อการเจรจาผ่าน JBC
“สำหรับตอนนี้ ในขั้นตอนนี้ เราควรเน้นไปที่การทำให้กระบวนการดำเนินต่อไปก่อน” เขากล่าว
ด้าน ปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาย้ำในที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศในการประชุมภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 33 ที่กรุงมะนิลาว่า กัมพูชาได้ดำเนินการด้วยสันติวิธีในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลและเขตแดนทางบก
ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ สุคนกล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า กัมพูชาได้เริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยโดยบังคับภายใต้กฎหมายทะเลแห่งสหประชาชาติ (UNCLOS) เพื่อตอบโต้การที่ไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 ฝ่ายเดียว
เขากล่าวว่า การที่กัมพูชาใช้ UNCLOS นั้นชอบด้วยกฎหมาย และแสดงความหวังว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
สุคนกล่าวเสริมว่า ปัญหาเขตแดนทางบกและทางทะเลเป็นเรื่องที่แยกจากกันและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่แตกต่างกัน โดยระบุว่า ไม่มีเหตุผลใดที่จะใช้กระบวนการหนึ่งเพื่อขัดขวางความคืบหน้าในอีกกระบวนการหนึ่ง
Photo by JOHN THYS / AFP





