ประธานาธบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งเสียงสนับสนุน เจนเซน หวง ซีอีโอบริษัท Nvidia ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่า หวงตกเป็นเป้าหมายของแผนการจารกรรมของจีน
“ผมให้ความเคารพเจนเซนมาก แม้ผมจะไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็หวังว่าเขาจะสบายดี เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและปราดเปรื่องมาก ซึ่งเราก็ต้องการปกป้องบุคลากรที่ปราดเปรื่องเช่นนี้ไว้” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่บ้านพักของเขาในรัฐฟลอริดา “เราจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดครับ”
เมื่อถูกถามว่าจะยังคงให้หวงดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาต่อไปหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมก็อยากจะบอกว่าใช่ คือถ้าไม่มีข้อมูลอะไรที่บ่งชี้ไปในทางตรงกันข้าม ผมมองว่า เจนเซน หวง เป็นคนที่ตรงไปตรงมาและโปร่งใสมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนมาก”
The New York Times รายงานเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สรุปว่า ผู้บริหารชาวจีนรายหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ในสิงคโปร์และเคยติดต่อกับหวง เป็นสายลับให้กับหน่วยข่าวกรองจีน ซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลต่างๆ ไปยังกรุงปักกิ่ง และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงของ Nvidia ให้แก่ประเทศจีน
อลิซ หวง เป็นนักธุรกิจหญิงและนักลงทุนชาวจีน ซึ่งต่อมาได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Megaspeed โดยในช่วงปลายรัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เริ่มตั้งข้อสงสัยว่าบริษัทแห่งนี้มีส่วนช่วยให้จีนหลีกเลี่ยงมาตรการห้ามของสหรัฐฯ และเข้าถึงขีดความสามารถในการประมวลผลจากชิปของ Nvidia
รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการสอบสวนบริษัท Megaspeed มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 หลังจากเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เข้าเยี่ยมชมศูนย์ข้อมูลของบริษัทในประเทศมาเลเซียและพบว่า สถานที่ดังกล่าวน่าสงสัย โดยอุปกรณ์ของ Nvidia ยังคงถูกบรรจุอยู่ในกล่อง ซึ่งบ่งชี้ว่า อุปกรณ์เหล่านั้นน่าจะอยู่ระหว่างการขนส่งเข้าหรือออกจากสถานที่ดังกล่าว มากกว่าที่จะถูกติดตั้งไว้ที่นั่น
สิงคโปร์ก็สอบสวนบริษัท Megaspeed เช่นกัน โดยในปี 2025 ทางการสิงคโปร์ได้เรียกตัว อลิซ หวง มาสอบปากคำ ก่อนจะปล่อยตัวเธอไปในเวลาต่อมา
แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะกำหนดข้อจำกัดไม่ให้บริษัทต่างๆ ส่งออกชิปที่ล้ำสมัยที่สุดของ Nvidia ไปประเทศจีนมาตั้งแต่ปี 2022 แต่ก็มีบางบริษัทลักลอบนำชิปเหล่านี้ข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย ในขณะที่บริษัทอื่นๆ จัดตั้งธุรกิจขึ้นอย่างถูกกฎหมายเพื่อซื้อชิปจำนวนมากไปสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคอยให้บริการแก่บริษัทต่างๆ ของจีน
เจ้าหน้าที่และสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ บางส่วนมองว่า นี่เป็นช่องโหว่ที่เป็นปัญหา และรัฐบาลไบเดนได้จำกัดการปฏิบัติเช่นนี้ แต่ทรัมป์ยกเลิกกฎเหล่านั้นไปแล้ว
Megaspeed เป็นหนึ่งในบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ซื้อชิปเพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ แล้วให้บริษัทต่างๆ ในจีนเช่า
Megaspeed ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง โดยบริษัทได้จัดซื้อชิปจาก Nvidia ผ่านทางสาขาในสหรัฐฯ ของ Inspur ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์สัญชาติจีน ทั้งนี้ แม้บริษัทแม่ของ Inspur จะถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำเนื่องจากมีพฤติกรรมส่งต่อเทคโนโลยีให้กับกองทัพจีน แต่สาขาของบริษัทดังกล่าวในสหรัฐฯ ยังไม่ถูกมาตรการคว่ำบาตรใดๆ
จากนั้น Megaspeed ได้นำชิปดังกล่าวไปจัดหาให้กับ Alibaba และบริษัทจีนแห่งอื่นๆ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่าบริษัทนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในระดับนานาชาติของกลุ่มบริษัทจีน ในการเข้าถึงชิปที่จำเป็นสำหรับการสร้างและใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ ผู้ตรวจสอบยังตั้งข้อสงสัยว่าชิป Nvidia บางส่วนที่ Megaspeed จัดหามานั้น อาจถูกลักลอบนำเข้าไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย

ในเดือนมิถุนายน 2024 เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่บริษัท Megaspeed จะเริ่มสั่งซื้อชิปจาก Nvidia มีภาพถ่ายปรากฏบน LinkedIn เผยให้เห็นหวงปรากฏตัวอยู่ข้างๆ อลิซ หวง ที่บาร์แห่งหนึ่งในไทเป หลังงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีในไต้หวัน โดยทั้งสองได้ดื่มวิสกี้ร่วมกับผู้บริหารท่านอื่นๆ ในแวดวงปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หนึ่งปีต่อมา ในเดือนพฤษภาคม 2025 ทั้งสองปรากฏตัวร่วมกันอีกครั้งขณะเดินออกจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในไทเป หลังเสร็จสิ้นมื้อค่ำทางธุรกิจกับซัพพลายเออร์รายอื่นๆ ในอุตสาหกรรม AI โดยฝ่ายหญิงยืนรออยู่ด้านหลังหวง ในขณะที่เขากำลังพูดคุยกับกลุ่มนักข่าวชาวไต้หวันบริเวณด้านหน้าร้านอาหารดังกล่าว
การติดตามของหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯ เผยให้เห็นการติดต่อสื่อสารระหว่างอลิซ หวง กับพลเมืองชาวอเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาได้รับการระบุตัวตนว่าเป็น เจนเซน หวง
ในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กัวเจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “รายงานฉบับดังกล่าวตั้งอยู่บนการคาดเดาที่ปราศจากมูลความจริง และเป็นเพียงความพยายามที่จะใส่ร้ายป้ายสีประเทศจีนเท่านั้น”
ทั้งนี้ เจนเซน หวง เคยให้คำปรึกษาแก่ทรัมป์เกี่ยวกับนโยบายด้าน AI และเป็นหนึ่งในซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีที่ร่วมเดินทางไปปักกิ่งกับผู้นำสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤษภาคม เพื่อพบกับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง
Photo by JOEL SAGET / AFP






-1.jpg&w=3840&q=75)

