สำนักข่าวต่างประเทศพากันรายงานข่าวที่เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ‘ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น’ (USS Abraham Lincoln) เทียบท่าแหลมฉบังแล้ว
BBC พาดหัวข่าว
เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เทียบท่าพัทยา ประเทศไทยแล้ว หลังจากลอยลำอยู่ในทะเลนานเป็นประวัติการณ์ถึง 250 วัน

สำนักข่าว BBC รายงานว่า หลังจากปฏิบัติหน้าที่ในทะเลอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นประวัติการณ์ถึง 250 วันโดยไม่มีการจอดแวะพักที่ท่าเรือใด ๆ เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ได้เข้าจอดเทียบท่าที่ประเทศไทยแล้ว ซึ่งช่วยให้ลูกเรือเกือบ 5,000 นายได้มีโอกาสหยุดพักผ่อน
เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ลำนี้ได้เดินทางออกจากเมืองซานดิเอโกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เพื่อปฏิบัติภารกิจที่กำหนดไว้ตอนแรกเป็นเวลา 6 เดือนในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตาม เรือได้ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังอ่าวเปอร์เซีย หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
CNN พาดหัวข่าว
เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เดินทางถึงประเทศไทยหลังจากปฏิบัติภารกิจสู้รบในตะวันออกกลางมาหลายเดือน

เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วในวันพุธ (2 ก.ย.) ซึ่งถือเป็นการจอดแวะพักที่ท่าเรือเป็นครั้งแรกในรอบเวลากว่า 8 เดือน และเป็นการสิ้นสุดการปฏิบัติภารกิจอย่างยาวนานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสวัสดิภาพของลูกเรือบนเรือ
ตัวเรือลำนี้มีคราบสนิมเกาะอยู่ตลอดแนวความยาวของลำเรือ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในทะเลเป็นเวลานาน โดยเรือได้เข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองพัทยา อันเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย (R&R) ของกองทัพสหรัฐฯ มาตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม
AFP รายงานว่า
“การจอดแวะพักผ่อนที่พัทยาในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกเรือได้ชาร์จพลัง”

ผู้สื่อข่าวของ AFP รายงานว่า เมื่อเช้าวันพุธ (2 ก.ย.) ที่ผ่านมา เรือลากจูงได้นำทางเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ขนาดมหึมาลำนี้ ซึ่งมีเครื่องบินรบหลายสิบลำจอดเรียงรายอยู่บนดาดฟ้าบิน มุ่งหน้าเข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบัง
พลเรือตรี โรเบิร์ต ลัฟแรน ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 ของสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “การเดินทางถึงแหลมฉบังของเราในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันสมควรยิ่งที่ทหารเรือและนาวิกโยธินของเราจะได้พักผ่อนและชาร์จพลัง”
ขณะที่ นาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือลินคอล์น กล่าวเสริมว่า “การจอดแวะพักที่ท่าเรือเป็นครั้งแรกของ ‘การปฏิบัติภารกิจครั้งประวัติศาสตร์’ นี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เรือต้องลอยลำอยู่ในทะเลนานถึง 286 วัน จะช่วยให้ลูกเรือของเราได้เพลิดเพลินกับประเทศที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งนี้”
Newsweek รายงานข่าว
ทางการไทยกำหนดกฎระเบียบสำหรับทหารอเมริกันที่แวะพักผ่อนที่พัทยา

Newsweek รายงานว่า ทางการไทยได้กำหนดกฎระเบียบสำหรับทหารเรือและนาวิกโยธินอเมริกัน ที่จะขึ้นฝั่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยา พร้อมแจ้งเตือนว่า “ผู้ใดที่ละเมิดกฎหมายท้องถิ่นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”
ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า “เมืองพัทยากำลังรอการมาเยือนของกลุ่มลูกเรือสหรัฐฯ และหวังว่าการแวะจอดเทียบท่าของพวกเขาจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยเมืองพัทยาต้องการให้ผู้คนมองว่าที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญ”
นอกจากนี้ ปรเมศวร์ยังกล่าวอีกว่า “เรายินดีต้อนรับการมาเยือนของกองทัพสหรัฐฯ เพิ่มเติมอีกในอนาคต ไม่ว่าจะมาเพื่อทำการฝึกซ้อมหรือเพื่อมาพักผ่อน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกลับประเทศสหรัฐฯ”
Metro รายงานข่าว
ทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย ได้รับการแจ้งเตือนถึงเรื่องกฎหมายค้าบริการทางเพศ หลังเรือรบจอดเทียบท่าพัทยา

Metro รายงานว่า เรือรบมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ลำนี้กลายเป็นข่าวดัง นับตั้งแต่ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ในช่วงแรก มีกระแสข่าวจากภาพถ่ายที่อ้างว่าลูกเรือแชร์ต่อกัน ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพอาหารมื้อประทังชีวิตอันน้อยนิด ระหว่างที่เรือลอยลำปฏิบัติหน้าที่นานหลายเดือนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
เมืองพัทยากำลังเต็มไปด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและกังวล ต่อการเดินทางมาแวะพักผ่อนระยะสั้นของเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าว แต่การมาเยือนในครั้งนี้ก็ได้จุดประกายความหวังว่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองพัทยา
แม้ว่าการมาเยือนในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่หลายคนเฝ้ารอคอย แต่ก็ได้มีการกำหนดข้อจำกัดบางประการขึ้นมา และผู้กำกับการตำรวจเมืองพัทยาก็ได้แจ้งเตือนว่า “หากกำลังพลของกองทัพละเมิดกฎหมายไทย พวกเขาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน”
(Photo by ANTHONY WALLACE / AFP)





