กองทัพสหรัฐฯ มีกฎหมายห้ามทหารอเมริกันซื้อบริการทางเพศถ้าถูกจับได้มีโทษหนัก

1 ก.ย. 2569 - 16:21

  •  ข้อห้ามนี้มีผลบังคับใช้ในระหว่างการประจำการในต่างประเทศ การแวะท่าเรือ รวมถึงการขึ้นฝั่ง

  • ประเด็นเรื่องการค้าประเวณีถูกกล่าวถึงอย่างเฉพาะเจาะจงในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ เมื่อ 21 ปีก่อน

  • รัฐบาลของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ออกคำสั่งบริหารให้ “การใช้บริการโสเภณี” เป็นความผิดภายใต้ประมวลกฎหมายทหาร

กองทัพสหรัฐฯ มีกฎหมายห้ามทหารอเมริกันซื้อบริการทางเพศถ้าถูกจับได้มีโทษหนัก

ตลอดประวัติศาสตร์ของสงครามและการตั้งฐานทัพที่อยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด มักจะมีเรื่องการค้าประเวณีเป็นของคู่กัน อย่างกรณีของหญิงเกาหลีใต้หลายหมื่นคนที่ถูกบังคับให้ทำงานในซ่องที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล เพื่อให้บริการแก่ทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในประเทศเพื่อปกป้องเกาหลีใต้จากเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950-1980 หรือสมัยสงครามเวียดนาม

แต่จริงๆ แล้วบุคลากรทางการทหารของกองทัพสหรัฐฯ ถูกห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้จ่ายเงินซื้อบริการทางเพศไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก แม้แต่ในประเทศหรือภูมิภาคที่การค้าประเวณีถูกกฎหมายก็ตาม โดยข้อห้ามนี้มีผลบังคับใช้ในระหว่างการประจำการในต่างประเทศ การแวะท่าเรือ รวมถึงการขึ้นฝั่ง อย่างที่เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) กำลังจะแวะพักที่ท่าเรือแหลมฉบังและพัทยาในวันพุธ (2 ก.ย.) เพื่อให้เพื่อให้ทหารเรือและนาวิกโยธินเกือบ 5,000 นายได้พักผ่อนหลังจากอยู่กลางทะเลมานาน 280 วัน

ประเด็นเรื่องการค้าประเวณีถูกกล่าวถึงอย่างเฉพาะเจาะจงในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ เมื่อ 21 ปีก่อน

ก่อนหน้านี้ประมวลกฎหมายทหาร (UCMJ) ไม่ได้ห้ามการซื้อบริการทางเพศไว้อย่างชัดเจน จนกระทั่งปี 2005 รัฐบาลของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ออกคำสั่งบริหารให้ “การใช้บริการโสเภณี” เป็นความผิดภายใต้ประมวลกฎหมายทหาร โดยมีเป้าหมายเพื่อปราบปรามการใช้โสเภณีในการปฏิบัติการรักษาสันติภาพของกองทัพ

การใช้บริการโสเภณีตามมาตรา 134 ของประมวลกฎหมายทหาร ต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. ผู้ถูกกล่าวหามีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่สมรสของตัวเอง
  2. ผู้ถูกกล่าวหาบังคับ ชักจูง ล่อลวง หรือจัดหาบุคคลดังกล่าวให้มีเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับเงินหรือค่าตอบแทนอื่นใด
  3. การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และ
  4. ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาเป็น (i) การทำลายความสงบเรียบร้อยและวินัยในกองทัพ (ii) มีลักษณะที่ทำให้กองทัพเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือ (iii) การทำลายความสงบเรียบร้อยและวินัยในกองทัพและมีลักษณะที่ทำให้กองทัพเสื่อมเสียชื่อเสียง

ทหารที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้บริการโสเภณีจะต้องรับโทษสูงสุดคือ ปลดประจำการอย่างไม่เป็นเกียรติ ริบเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงทั้งหมด และถูกจำคุกสูงสุดหนึ่งปี และหมดอนาคตทางการงานทันที

นอกจากนี้ ฐานทัพสหรัฐฯ ในบางประเทศยังบังคับใช้กฎเข้มงวดขึ้นอีก อาทิ ในเกาหลีใต้ นโยบายของกองกำลังสหรัฐฯ ในเกาหลีระบุว่า “การค้าประเวณีและการค้ามนุษย์จะต้องไม่ได้รับการสนับสนุนในทุกกรณี” และยังระบุเพิ่มเติมว่า การซื้อบริการทางเพศ “ไม่สอดคล้องกับค่านิยมหลักทางทหารของเรา” โดยห้ามทหารจ่ายค่าเครื่องดื่มสำหรับผู้ติดตาม ค่าปรับในบาร์ หรือจ่ายค่าตอบแทนให้แก่สถานประกอบการสำหรับเวลาทำงานของพนักงาน

ภาพที่กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2019 แสดงให้เห็นเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN 72) ขณะเติมเสบียงกลางทะเลให้กับเรือสนับสนุนการรบเร็ว USNS Arctic (T-AOE 9) Photo by JASON WAITE / US NAVY / AFP
ภาพที่กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2019 แสดงให้เห็นเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN 72) ขณะเติมเสบียงกลางทะเลให้กับเรือสนับสนุนการรบเร็ว USNS Arctic (T-AOE 9) Photo by JASON WAITE / US NAVY / AFP

เคสฝ่าฝืนมาตรา 134 ที่อื้อฉาวคือ การซื้อบริการทางเพศของเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) และทหารสหรัฐฯ ที่ประเทศโคลอมเบียเมื่อปี 2012 หลังถูกส่งตัวไปเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการเดินทางไปประชุมสุดยอดของประธานาธิบดี บารัก โอบามา

หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวในโคลอมเบีย นอกเหนือไปจากความผิดชัดเจนตามประมวลกฎหมายทหารมาตรา 134 แล้ว ความสนใจในเบื้องต้นมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบราชการลับ ซึ่งเป็นหน่วยงานพลเรือน จำนวน 12 คน เนื่องจากเกรงว่า ความปลอดภัยของประธานาธิบดีหรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ อาจตกอยู่ในอันตราย

ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ 3 จาก 11 คนถูกให้ออกจากหน่วยงาน และส่วนใหญ่ถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลความลับของรัฐบาลหรือกองทัพ เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้ารายหนึ่งได้รับอนุญาตให้เกษียณ อีกรายหนึ่งถูกไล่ออกเนื่องจากฝ่าฝืนข้อห้าม เจ้าหน้าที่คนที่ 3 ซึ่งอายุยังน้อยลาออก

อย่างไรก็ดี ลอว์เรนซ์ คอร์บ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมพูดไว้เมื่อปี 2012 หลังคดีอื้อฉาวโคลอมเบียว่า ไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานทางทหารบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เข้มงวดสำหรับบุคลากรที่ใช้บริการโสเภณีบ่อยแค่ไหน

“ผมไม่เคยเห็นใครติดคุกเลย” คอร์บบอก

Photo by MARIO TAMA / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์