ความลึกลับของผู้นำเกาหลีเหนือ! ทำไมข่าวลือเรื่อง ‘คิมจองอึน’ เสียชีวิตยังมีอยู่เรื่อยๆ

21 ต.ค. 2569 - 13:55

  • ชาวจีนในสหรัฐฯ รายหนึ่งอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า คิมจองอึน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงปักกิ่งในสภาพหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

  • สำนักข่าวทางการของเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพคิมจองอึนเยี่ยมชมนิทรรศการพร้อมกับลูกสาว

  • สำหรับคนที่ติดตามเรื่องราวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด ข่าวลือลักษณะนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

ความลึกลับของผู้นำเกาหลีเหนือ! ทำไมข่าวลือเรื่อง ‘คิมจองอึน’ เสียชีวิตยังมีอยู่เรื่อยๆ

คิมจองอึน ปรากฏตัวผ่านสื่อทางการของเกาหลีเหนือ ท่าทางยังดูสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัด สวนทางกับกระแสข่าวลือที่ว่าผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือรายนี้อาจเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง

ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์โรดองชิมมุนของทางการเกาหลีเหนือเผยให้เห็น คิมจองอึน ในวัย 42 ปี เยี่ยมชมนิทรรศการเสื้อผ้าและรองเท้ากับลูกสาว

ภาพชุดนี้ถูกปล่อยออกมาไม่กี่ชั่วโมงหลังผู้เห็นต่างชาวจีนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ รายหนึ่งอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า คิมจองอึนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงปักกิ่งของจีนในสภาพหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับคนที่ติดตามเรื่องราวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด ข่าวลือลักษณะนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

ในประเทศที่ถือว่ามีความลับมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ข้อเท็จจริงต่างๆ มักจะตรวจสอบได้ยาก จึงกลายเป็นช่องทางที่เอื้อต่อการคาดเดาต่างๆ นานา

ต้นตอข่าวลือการเสียชีวิตของคิมจองอึนล่าสุดมาจาก เซี่ยวั่นจวิน ที่อ้างตัวเองว่าเป็นประธานพรรคประชาธิปไตยจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกทางการจีนแบน และก่อนหน้านี้เซี่ยวั่นจวินก็เคยเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ รวมถึงข่าวลือเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ สีจิ้นผิง ผู้นำจีน

เซี่ยอ้างว่า คิมจองอึนมีอาการเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง และถูกส่งตัวไปรักษาที่ปักกิ่งเนื่องจากเกาหลีเหนือขาดสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ในการรักษา และยังอ้างว่า คิมจองอึนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยร่างถูกส่งกลับเกาหลีเหนือแบบลับๆ เนื่องจากเกาหลีเหนือต้องการปกปิดการเสียชีวิตของผู้นำ

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 และเผยแพร่โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 แสดงให้เห็น คิมจองอึน และคิมจูแอ บุตรสาว ขณะกำลังเยี่ยมชมห้องจัดแสดงเสื้อผ้าและรองเท้าในกรุงเปียงยาง Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP
ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 และเผยแพร่โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 แสดงให้เห็น คิมจองอึน และคิมจูแอ บุตรสาว ขณะกำลังเยี่ยมชมห้องจัดแสดงเสื้อผ้าและรองเท้าในกรุงเปียงยาง Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP

แต่ภาพถ่ายที่สื่อทางการเกาหลีเหนือเผยแพ่กลับบอกเล่าเรื่องราวอีกมุมหนึ่ง

ในภาพคิมกำลังเดินดูสิ่งของที่จัดแสดง โดยมี คิมจูแอ และคณะเจ้าหน้าที่ที่มักติดตามเขาอยู่เป็นประจำร่วมอยู่ด้วย

แม้จะไม่มีทางทราบได้แน่ชัดว่าภาพเหล่านี้ถูกถ่ายขึ้นเมื่อใด แต่ก็ยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้ข้อกล่าวอ้างของเซี่ยน่าสงสัย

หากสุขภาพของคิมจิงอึนเกิดทรุดลงอย่างกะทันหัน ก็น่าจะมีสัญญาณปรากฏให้เห็นนอกพรมแดนของเกาหลีเหนือ

จีนอาจเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนเพื่อเตรียมรับมือกับความไม่มั่นคงหรือการไหลทะลักของผู้ลี้ภัยที่อาจเกิดขึ้น กิจกรรมรอบๆ สถานทูตเกาหลีเหนืออาจเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยผู้แปรพักตร์ในเกาหลีใต้มักได้รับข้อมูลผ่านเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการตามแนวชายแดนจีน แต่เหตุการณ์เหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น

ขณะที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของเกาหลีใต้เผยกับสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ว่า พวกเขาไม่ได้ยินข้อมูลใดๆ ที่สนับสนุนข่าวลือเหล่านั้นเลย

ข่าวลือนี้ยังคล้ายคลึงกับข่าวลือที่ผิดพลาดก่อนหน้านี้อีกด้วย

เมื่อปี 2020 ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งอ้างว่า เขา “มั่นใจ 99%” ว่าคิมจองอึนเสียชีวิตหลังผ่าตัดหัวใจ แต่ไม่นานหลังจากนั้น คิมจองอึนก็ปรากฏตัวในที่สาธารณะ

แล้วทำไมข่าวลือเหล่านี้จึงยังคงวนเวียนกลับมาปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

เหตุผลประการแรกคือ เรื่องการสืบทอดตำแหน่ง

เกาหลีเหนือถูกปกครองโดยตระกูลคิมมาแล้ว 3 รุ่น แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากยุคของคิมจองอึน ยังไม่แน่นอนยิ่งกว่าในสมัยผู้นำคนก่อนๆ

คิมอิลซุงใช้เวลาหลายสิบปีในการเตรียมพร้อมให้ คิมจองอิล ลูกชาย ก้าวขึ้นสู่อำนาจ เมื่อคิมอิลซุงเสียชีวิตในปี 1994 แผนการสืบทอดอำนาจก็ได้ถูกวางไว้อย่างมั่นคงแล้ว การเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่คิมจองอิลจึงค่อนข้างราบรื่น

การก้าวขึ้นสู่อำนาจของคิมจองอึนรวดเร็วกว่าและมีความไม่มั่นคงมากกว่า หลังจากคิมจองอิล ล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองในปี 2008 คิมจองอึน บุตรชายคนสุดท้อง ก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว และเมื่อบิดาถึงแก่อสัญกรรมในปี 2011 คิมจองอึนก็ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนในฐานะผู้นำคนต่อไป

ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คิมจองอึนก็ใช้เวลาหลายปีในการกระชับอำนาจ โดยกำจัดคู่แข่งและขจัดสิ่งที่เขามองว่าเป็นภัยคุกคามออกไป

หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้เชื่อว่า คิมจองอึนกำลังเตรียมพร้อมให้ลูกสาวขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไป เนื่องจากเธอปรากฏตัวในงานสำคัญระดับสูงและกิจกรรมแสดงแสนยานุภาพทางทหารบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ

แต่เชื่อกันว่า คิมจูแอเพิ่งจะอายุราว 13 ปีเท่านั้น และเกาหลีเหนือก็ยังไม่เคยปกครองโดยผู้หญิงมาก่อน อีกทั้งเธอยังไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นทายาทอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ด้วยความที่อายุยังน้อย คิมจูแออาจตกอยู่ในสถานะที่เปราะบางหากเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นมา

ความไม่แน่นอนทั้งหมดนี้ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของคิมจึงได้รับความสนใจอย่างมาก

เหตุผลที่สองคือ ข่าวลือเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว

คิมจองอึนน้ำหนักเกินและยังสูบบุหรี่จัด หน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้เตือนหลายครั้งแล้วว่า ไลฟ์สไตล์ของของเขาทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองยังเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในครอบครัวของคิมจองอึน

หากมีอะไรเกิดขึ้นกับคิมจองอึน ผลกระทบที่จะตามมาย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมระหว่างประเทศในวงกว้าง วิกฤตการณ์ด้านผู้นำที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันย่อมก่อให้เกิดคำถามที่ซับซ้อน ทั้งในเรื่องการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไร้เสถียรภาพทางการเมือง

การแย่งชิงอำนาจจะจูงใจให้กลุ่มฮาร์ดคอร์ตัดสินใจดำเนินนโยบายเชิงรุกหรือไม่ ความไม่สงบอาจนำไปสู่วิกฤตผู้ลี้ภัยบริเวณพรมแดนจีนได้หรือไม่ คำถามเหล่านี้ไม่ได้สร้างความกังวลเพียงแค่กับจีนและเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสหรัฐฯ ซึ่งประจำการกองกำลังทหารประมาณ 28,000 นายไว้ในเกาหลีใต้ด้วย

ด้วยเหตุนี้หน่วยงานข่าวกรองจึงต่างจับตาดูคิมจองอึนอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

เนื่องจากเกาหลีเหนือยังคงเป็นเสมือนหลุมดำด้านข้อมูลข่าวสาร จึงตกเป็นเป้าของรายงานเท็จได้ง่าย มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงผู้นำประเทศได้อย่างสม่ำเสมอ แม้แต่หน่วยงานข่าวกรองเองก็ยังประสบความยากลำบากในการแสวงหาข้อมูลที่เชื่อถือได้ ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ปรากฏออกมามักมาพร้อมกับข้อควรระวังว่ายังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ หรือเป็นเพียงสิ่งที่คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว

ขณะที่เกาหลีเหนือเองก็ดูเหมือนว่าจะตั้งใจก่อให้เกิดความสับสนนี้ด้วยการปล่อยข่าวลวงเพื่อปกปิดสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ

จึงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่า เซี่ยวั่นจวินจะบังเอิญไปพบข่าวสำคัญเช่นนี้เข้า ในขณะที่บรรดาคนที่มีหน้าที่ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้โดยตรงกลับไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เขาอาจเพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจ หรืออาจต้องการสร้างความอับอายให้แก่จีนด้วยการหยิบยกประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีหนือขึ้นมาเปิดเผย ทั้งที่ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นที่รับรู้กันดีอยู่แล้วทั่วโลก

ไม่ว่าแรงจูงใจของเซี่ยวั่นจวินจะเป็นอย่างไร เขาก็ไม่ใช่คนแรกที่ฉวยโอกาสจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะผู้นำของเกาหลีเหนือเช่นนี้

Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP

ข่าวที่น่าสนใจ


เรื่องเด่นประจำสัปดาห์