นิวซีแลนด์เสี่ยงพลาดเป้าลดก๊าซเรือนกระจกเพราะนโยบายรัฐ
กรณีการยุบหรือควบรวมกระทรวงไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย ล่าสุด นิวซีแลนด์กำลังประสบปัญหาเดียวกัน ซึ่งส่งผลกระทบกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งนิวซีแลนด์ (Climate Change Commission) ระบุว่านโยบายของรัฐบาลฝ่ายขวาในกรุงเวลลิงตันมีแนวโน้มทำให้ประเทศไม่สามารถบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำหนดไว้เอง โดยรายงานดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศ
รัฐบาลเดินหน้าแก้กฎหมาย ขัดคำแนะนำกรรมการ
รายงานระบุว่า คณะกรรมการฯ เคยแนะนำให้เพิ่มความเข้มงวดในการลดก๊าซมีเทนชีวภาพ และกำหนดให้มีการดูดซับก๊าซเรือนกระจกสุทธิมากกว่าที่ปล่อยออกไป แต่รัฐบาลกลับแก้ไขพระราชบัญญัติการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดข้อกำหนดการลดก๊าซมีเทนชีวภาพภายในปี 2050 แทน พร้อมทั้งคงเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ไว้เช่นเดิม
นโยบายหลายด้านเพิ่มความเสี่ยงปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้น
รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การยกเว้นภาคเกษตรกรรมจากระบบกำหนดราคาคาร์บอน การผ่อนคลายกฎสำหรับยานพาหนะสะอาด การลดข้อกำหนดการรายงานของภาคธุรกิจ รวมถึงแผนก่อสร้างสถานีนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว ล้วนเป็นปัจจัยที่จะเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจนเกินกว่าการลดที่ทำได้ในด้านอื่น
นอกจากนี้ การยุบกระทรวงสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะและโอนภารกิจไปรวมในหน่วยงานใหม่ยังถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติม
ซีอีโอคณะกรรมการฯ ย้ำสัญญาณเตือนชัดเจน
ผลการประเมินครั้งนี้ถือเป็น "สัญญาณเตือนที่ชัดเจน" พร้อมระบุว่าการปล่อยก๊าซกำลังลดลงอย่างช้าๆ แต่ความก้าวหน้าหยุดชะงักในปี 2024 และการตัดสินใจเชิงนโยบายในช่วง 12-24 เดือนข้างหน้าจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพาประเทศกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
— โจ เฮนดี หัวหน้าคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวว
คดีศาลสภาพภูมิอากาศยังคงดำเนินอยู่
ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ยังเผชิญการฟ้องร้องในชั้นศาลในปีนี้ โดยกลุ่ม Lawyers for Climate Action และ Environmental Law Initiative ยื่นฟ้องโต้แย้งว่ารัฐบาลดำเนินการไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งคาดว่าจะมีคำตัดสินออกมาภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า




