







ฝนตกหนักและลมแรงพัดกระหน่ำทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ในวันอาทิตย์ เนื่องจากพายุฤดูใบไม้ร่วง หรือที่เรียกว่า “นอร์อีสเตอร์” ที่มีกำลังแรงผิดปกติทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นคนไม่มีไฟฟ้าใช้
นิวยอร์ก บอสตัน และฟิลาเดลเฟีย ต่างอยู่ในเส้นทางของพายุ “นอร์อีสเตอร์” ซึ่งได้ชื่อนี้เนื่องจากมีลมพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ทางการเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่และการปิดถนน
พยากรณ์อากาศระบุว่า คาดว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่รัฐนิวเจอร์ซีย์และเกาะลองไอแลนด์ในช่วงค่ำคืนวันเสาร์ (26 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวต้องเผชิญกับอิทธิพลเต็มกำลังของพายุนอร์อีสเตอร์ภายในเช้าวันอาทิตย์
นอกจากนี้ สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) ยังคาดการณ์ว่า จะเกิดน้ำท่วมชายฝั่งครั้งใหญ่ตลอดแนวชายฝั่งภูมิภาคมิด-แอตแลนติกในช่วงที่ระดับน้ำขึ้นสูงหลายรอบต่อเนื่องจากปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้
ข้อมูลจาก Flight Aware ระบุว่า พายุส่งผลให้ต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวเมื่อวันอาทิตย์ โดยเฉพาะที่สนามบินโลแกนในเมืองบอสตันเพียงแห่งเดียวมีการยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกรวม 171 เที่ยว อีกทั้งยังมีการรายงานความล่าช้าของเที่ยวบินอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค
พื้นที่ชายฝั่งบางแห่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เวอร์จิเนีย แมริแลนด์ เดลาแวร์ และนิวเจอร์ซีย์ ต่างเผชิญกับน้ำท่วมแล้วในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ พายุนอร์อีสเตอร์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบบ่อยครั้งในช่วงระหว่างฤดูใบไม้ร่วงถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในเดือนกันยายน พายุเหล่านี้มักมาพร้อมกับฝนตกหนักหรือหิมะตก รวมถึงกระแสลมกระโชกแรง
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พายุนอร์อีสเตอร์ที่พัดถล่มพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลให้เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวต้องหยุดชะงัก และทำให้บ้านเรือนรวมถึงธุรกิจหลายพันแห่งไม่มีไฟฟ้าใช้
พายุดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ภูมิภาคนี้เพิ่งฟื้นตัวจากสภาพอากาศฤดูหนาวอันเลวร้าย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย












