รัสเซียยกระดับปฏิบัติการโจมตีกรุงเคียฟของยูเครน โดยล่าสุดรัสเซียโจมตีสะพานใหญ่แห่งที่ 2 ในกรุงเคียฟ เมื่อเช้าวันเสาร์ (3 ต.ค.) แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และสร้างความเสียหายให้กับพื้นผิวถนนและระบบจ่ายไฟสำหรับรถโดยสารไฟฟ้า (trolleybus) บนสะพานพิวนิชนี (สะพานเหนือ) ส่งผลให้ต้องระงับการจราจรข้ามแม่น้ำบางส่วน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากสะพานพิวเดนนี (สะพานใต้) ของกรุงเคียฟ ซึ่งรองรับทั้งการคมนาคมทางบกและระบบรถไฟใต้ดิน ถูกโจมตีถึง 5 ครั้งในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
การโจมตีดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเดินทางนับตั้งแต่วันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) โดยในขณะนี้สะพานใต้ยังคงปิดทำการ ส่วนสะพานเหนือยังจำกัดการจราจร
เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้ทำให้เมืองหลวงถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยกรุงเคียฟถูกแบ่งครึ่งโดยแม่น้ำดนีโปร ฝั่งขวาเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางธุรกิจ สำนักงาน และสถาบันรัฐบาลส่วนใหญ่ของเมือง ส่วนฝั่งซ้ายส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัย และเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรอย่างน้อย 30% ของกรุงเคียฟ
รัสเซียระบุว่า โดรนของรัสเซียโจมตีสะพาน 2 แห่งที่ใช้ขนส่งทหารและยุทโธปกรณ์ทางทหารของยูเครน นอกจากนี้ รัสเซียยังเรียกร้องให้พลเมืองต่างชาติ รวมถึงนักการทูต ออกจากเคียฟอีกครั้ง
สะพานสองแห่งในกรุงเคียฟที่ทอดข้ามแม่น้ำดนีโปรเชื่อมต่อส่วนตะวันตกและตะวันออกของเมืองหลวง และไม่เคยถูกโจมตีมาก่อนวันพฤหัสบดี
การโจมตีของรัสเซียตัดขาดการเชื่อมต่อทางถนน ทางรถไฟ และรถโดยสารประจำทางข้ามแม่น้ำสายกว้างแห่งนี้ ภัยคุกคามจากโดรนที่ยังคงดำเนินอยู่ส่งผลให้มีการจำกัดเส้นทางอื่นๆ ทำให้เกิดการจราจรติดขัดในเมืองเป็นวันที่ 2 แล้ว แม้ว่าการจราจรติดขัดในวันศุกร์จะไม่รุนแรงเท่าเดิมก็ตาม
ประชาชนจำนวนมากในเมืองนี้ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 3 ล้านคน พึ่งพาการใช้รถไฟใต้ดินในการเดินทางทั่วเมืองทุกวัน ความกังวลก็คือ ยุทธวิธีใหม่ของรัสเซียนี้จะนำไปสู่การโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เมืองถูกตัดขาดเป็น 2 ส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ
วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีเคียฟเตือนว่า เมืองหลวงแห่งนี้อยู่ใน “สถานการณ์ที่วิกฤตมาก” เนื่องจากมอสโกกำลังโจมตี “โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โลจิสติกส์ ที่อยู่อาศัย” และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญอื่นๆ
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โดรนของรัสเซียไม่น่าจะทำลายสะพานได้ แต่การโจมตีซ้ำๆ จะทำให้ต้องปิดสะพานและเสี่ยงทำให้โครงสร้างอ่อนแอลงจนใช้งานไม่ได้
อาวุธที่ทรงพลังกว่านี้อาจทำให้สะพานพังทลายได้ ซึ่งมีรายงานว่า สะพานบางแห่งอยู่ในสภาพทรุดโทรมหลังจากใช้งานมานานหลายปีโดยมีปริมาณการจราจรมากกว่าที่ออกแบบไว้

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียกำลังตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย
ด้านประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่า ปูตินตัดสินใจแล้วว่า “ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป” ในการโจมตียูเครน
ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Financial Times เซเลนสกีกล่าวว่า “รัสเซียล้มเหลวในการยึดครองเรา ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงหันมาใช้วิธีโจมตีครั้งใหญ่และสังหารผู้คนจำนวนมาก” และว่า “พวกเขาต้องการทำลายสะพาน...ศูนย์ข้อมูล อินเทอร์เน็ต เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ โรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน มหาวิทยาลัย และทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขาต้องการบีบให้ผู้คนต้องหนีออกจากเมืองของตัวเอง”
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปูตินยืนยันว่า การที่รัสเซียโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจของยูเครนนั้น เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและเรือของรัสเซียในทะเลดำ
“ตอนนี้เราได้รับเสียงเรียกร้องจากทุกทิศทุกทางให้ ‘ยุติการกระทำ’ แต่ฝ่ายนั้นต่างหากที่เป็นผู้เริ่มก่อน” ปูตินกล่าว ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ในประเด็นต่างๆ ที่เวทีอภิปรายนโยบายต่างประเทศ Valdai
ทั้งนี้ รัสเซียเร่งปฏิบัติการโจมตีในกรุงเคียฟช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยอาศัยจังหวะที่ยูเครนขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นและมีวิธีการจำกัดในการป้องกันตนเองจากการโจมตีด้วยโดรนแบบใช้เครื่องยนต์เจ็ต
Photo by SERHII OKUNEV / AFP





